ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2494อัยการ กรมอัยการโจทก์นายลี่กุ่ย แซ่ลิ้มจำเลยนายสวง โตเจริญผู้ร้อง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 7.พ.ร.บ.สำบทบัญญัติมาตรา 13 ทวิ(1) แห่ง พ.ร.บ.สำรวจ และห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 มาตรา 6 เฉพาะที่ให้ริบทรัพย์ของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นในการกระทำผิดด้วยนั้น เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 29 และบทบัญญัติโดยเฉพาะดังกล่าวนี้จึงใช้บังคับมิได้ตามความในมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยคดีนี้ โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยได้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจ และห้ามกักกันข้าว โดยจำเลยตระเตรียมการขนย้ายข้าวสาร ๙๔๔ กระสอบบรรทุกลงเรือยนต์เดินทะเลโตเจริญนาวา เพื่อไปทางทะเล อันเป็นการตระเตรียมเพื่อจะนำข้าวสารออกนอกราชอาณาจักรไปต่างประเทศ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ในระหว่างพิจารณานายสวง โตเจริญ ร้องขอให้ศาลคืนเรือของกลาง โดยอ้างว่าตนไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องในการกระทำผิดด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพ.ร.บ. สำรวจและห้ามกักกันข้าว กับให้ริบเรือของกลาง ฯลฯ จำเลยและนายสวง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้คืนเรือของกลางแก่เจ้าของเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า เจ้าของเรือมิได้รู้เห็นในการกระทำผิดนี้ด้วย ศาลฎีกาประชุมใหญ่แล้ว มีความเห็นว่า บทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.๒๔๘๙ มาตรา ๑๓ ทวิ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๖ เฉพาะที่ให้ริบทรัพย์ของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นในการกระทำผิดด้วยนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา ๒๙ จึงส่งความเห็นนั้นไปเพื่อให้คณะตุล