ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2505นายเปล่ง กุลดิลกโจทก์นายร้อยตำรวจโทวินิจ เจริญศิริ ที่1่นายร้องตำรวจโทสันทัด ไกรโชค ที่ 2จำเลย พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2486 ม. 7, ม. 10, ม. 13 พ.ร.บ.บัตรประจำตัวข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2498 , ผู้ที่ถูกบังคับให้ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น ต้องมีบัตรติดตัวหรือเก็บไว้ในลักษณะที่จะแสดงได้เสมอตามความในมาตรา 10 และ ถ้าฝ่าฝืนก็ถูกลงโทษแต่ไม่บังคับแก่ผู้ที่มีบัตรประจำตัวข้าราชการฯลฯ และพนักงานองค์การแห่งรัฐ เพราะความเช่นนั้น ไม่มีบัญญัติไว้ พระราชบัญญัติ 2 ฉบับข้างบน แยกต่างหากจากกันโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต่อเสรีภาพและชื่อเสียง และให้คืนเงินค่าปรับ ศาลแขวงฯ พิพากษาลงโทษ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลรับเป็นฎีกาเฉพาะข้อที่ ๓ ข. การที่โจทก์ไม่นำบัตรประจำตัวของพนักงานองค์การติดตัวไปนั้น ไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัว ข้าราชการ พนักงานเทศบาล พนักงานสุขาภิบาล และพนักงานองค์การของรัฐอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งแยกต่างหากจากกัน พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน มาตรา ๑๐ บัญญัติว่า บุคคลซึ่งต้องมีบัตรประจำตัว ต้องมีบัตรติดตัวหรือเก็บไว้ในลักษณะที่จะแสดงได้เสมอในเมื่อเรียกร้องให้แสดง ฯลฯ มาตรา ๑๓ เป็นบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนมาตรา ๗ และ ๑๐ เห็นว่า บทบัญญัติของกฎหมายแต่ละฉบับย่อมใช้บังคับแยกต่างหากจากกัน นอกจากกจะระบุให้นำไปใช้เกี่ยวกับอีกฉบับหนึ่ง ตามมาตรา ๑๐ แห่ง พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน จึงมีความหมายถึง ผู้ซึ่งต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน เพราะไม่มีข้อบัญญัติแสดงว่า ให้ใช้มาตรานี้แก่ผู้มีบัตรตาม พระราชบัญญัติบัตรประจำตัวข้า