ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993 - 1997/2492

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1993 - 1997/2492อัยยการจังหวัดน่านโจทก์นายตั๋น สุนันต๊ะล.อัยยการจังหวัดน่านโจทก์นายวงศ์ ชาญเชี่ยวล.อัยยการจังหวัดน่านโจทก์นายน้อย มณีจรล.อัยยการจังหวัดน่านโจทก์นายแก้ว ไชยชนะล.อัยยการจังหวัดน่านโจทก์นายสม กันทนะล. พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 ป.วิ.อ. ม. 176.คดีอาญาที่โจทก์หาว่า จำเลยกระทำผิด พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉะบับที่ 2) โจทก์จะต้องนำสืบให้ปรากฎว่าจำเลยได้ทราบประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ฝ่าฝืนประกาศจึงจะเป็นผิด ที่มีประกาศของคณะกรรมการฯในราชกิจจาฯ เป็นข้อเท็จจริงซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบ ไม่มีหลักกฎหมายสันนิษฐานเด็ดขาดว่าราษฎรทั่วไปได้รู้แล้ว.โจทก์ฟ้องจำเลยเป็น ๒ สำนวนว่า จำเลยขนย้ายข้าวออกนอกเขตไม่รับอนุญาต ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ จำเลยทุกคนรับสารภาพว่าได้ทำผิดดังฟ้อง แต่ที่ขนเพราะอดข้าว ขนจากเขตติดต่อมากิน ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับคนละ ๕๐ บาท โดยลดกึ่งหนึ่งแล้ว ของกลางที่เป็นของจำเลยทุกคนให้รับให้จ่ายสินบลและรางวัล จำเลยอุทธรณ์ว่า ของกลางมีข้าว เกวียน วัว เป็นต้น ไม่ควรริบ จำเลยไม่ทราบประกาศไม่เจตนาฝ่าฝืน ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ประกาศของคณะกรรมการฯ ไม่ใช่กฎหมาย เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องสืบว่าจำเลยได้ทราบประกาศนั้นแล้ว แต่โจทก์ไม่มีพะยานสืบในข้อนี้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง คืนของกลางให้จำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามอุทธรณ์ของจำเลยมีผลเท่ากับว่า ศาลไม่รวบริบของกลาง เพราะจำเลยไม่ได้ทำผิด แม้จะเลยจะไม่คัดค้านในการถูกลงโทษ ก็เป็นเหตุในลักษณะคดี ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษากลับได้ทั้งเรื่อง คดีนี้เป็นคดีมีอัตราโทษจำคุกถึง ๑๐ ปี ซึ่งศาลจะต้องฟังพะยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริง ทั้งโจทก์จะต้องนำส