ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2492นางสง่า เลาหะกาญจน์โจทก์นายสืบศักดิ์ บุณยะอุปพันธ์ ที่ 1 นายหนู พิชากร ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ม. 1304, ม. 1349 ป.วิ.พ. ม. 55 ป.ที่ดิน การที่โจทก์จะมาขอให้ศาลสั่งแสดงว่า ที่ดินแปลงใดเป็นกรรมสิทธิของโจทก์เด็ดขาดทั้งสิ้นโดยปราศจากทางเดินสาธารณนั้น โจทก์ย่อมทำได้ แม้แต่จะเสนอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทเมื่อโจทก์จะต้องใช้สิทธิทางศาลตาม ป.ม.วิแพ่งมาตรา 55 แต่โจทก์ก็จะต้องนำพะยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลให้เพียงพอแก่การที่จะสั่งตามคำขอของโจทก์นั้นได้ จำเลยเคยไปร้องต่อตำรวจว่า ทางในที่ดินของโจทก์เป็นทางสาธารณะ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยขอให้แสดงว่าที่ของโจทก์ไม่มีทางสาธารณะได้ ประชุมใหญ่ครั้งที่ 24/2492โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไปแจ้งความที่สถานีตำรวจว่า ทางเดินในที่ดินของโจทก์เป็นทางสาธารณะ เจ้าพนักงานตำรวจได้สั่งห้ามมิให้โจทก์ขัดขวางจำเลยในการใช้ที่ดินของโจทก์ จึงขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินของโจทก์มิใช่ทางสาธารณะ จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์เอาเสาไม้แก่นไปปักขวางทางสาธารณะ ซึ่งจำเลยเคยเดินเข้าออกบ้านของจำเลย ๆ ได้ไปร้องต่อตำรวจ ๆ สั่งให้โจทก์รื้อถอนเสา โจทก์ก็ยอมรื้อไป โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยเป็นแต่ผู้เดินผ่านไปมา ไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นจำเลย เพราะทางสาธารณะเป็นประโยชน์แก่สาธารณะชน ไม่ฉะเพาะแต่บุคคลหนึ่งบุคคลใด เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้นที่จะมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวแก่ทางดังกล่าว แต่โจทก์หาได้ฟ้องเข้ามาเป็นจำเลยไม่ คดียังไม่พอจะชี้ขาดลงไปว่าทางรายนี้เป็นทางสาธารณะหรือไม่ ส่วนคำขอให้ถอนคำแจ้งความนั้น จะสั่งตามคำขอของโจทก์ข้อนี้ก็ไม่มีผล พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่มีผู้พิพากษานายหนึ่งแย้งว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่าทางเดินรายนี้อยู่ใ