ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1512 - 1515/2497

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ การกระทำของจำเลยเป็นการเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครองพระราชอาณาจักรหรือไม่ รัฐบาลที่ถูกกล่าวหาว่าจะล้มล้าง

หลักกฎหมาย

ฟ้องที่บรรยายรายละเอียดแห่งการกระทำของจำเลยโดยชัดแจ้งย่อมเป็นฟ้องที่ถูกต้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 โดยไม่ต้องกล่าวเจาะจงจำเลยเป็นคน ๆ ไปว่าผู้ใดกระทำอย่างใด ที่ไหน เวลาใดบ้าง การนำรัฐธรรมนูญฉบับอื่นมาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นการเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครองพระราชอาณาจักร รัฐบาลที่ตั้งขึ้นตามรั

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ในข้อเท็จจริง ให้ยกฟ้องปล่อยตัว ร.อ.ล้วนและนายประชุมจำเลย นอกนั้นยืนตาม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกสะสมกำลังเครื่องศาสตราวุธ สมคบกันตระเตรียมการและพยายามก่อการขบถ ช่วยกันปกปิดความผิด และได้สมคบกันลงมือกระทำการขบถ จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธและตัดฟ้องว่าโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลย 11 คนมีความผิดตามมาตรา 101, 59 ประกอบมาตรา 38(2) ให้จำคุกคนละ 9 ปี ส่วนจำเลยอีก 16 คนใ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1512 - 1515/2497พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์พลตรี สมบูรณ์ ศรานุชิต กับพวกจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 101, ม. 102 ป.วิ.อ. ม. 158 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ฟ้องโจทก์กล่าวว่า จำเลยกับพวกสะสมกำลังเครื่องศาสตราวุธ สมคบกันตระเตรียมการและพยายามก่อการขบถช่วยกันปกปิดความผิด ไม่นำความไปร้องเรียน และได้สมคบกันลงมือกระทำการขบถ ทั้งได้บรรยายรายละเอียดแห่งการกระทำของจำเลยไว้โดยชัดแจ้งแล้วย่อมเป็นฟ้องที่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 158 โจทก์ไม่จำต้องกล่าวเจาะจงจำเลยเป็นคน ๆ ไปว่าผู้ใดกระทำอย่างใด ที่ไหน เวลาใดบ้าง รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับเป็นหลักแห่งการปกครองพระราชอาณาจักรแต่ละฉบับย่อมมีบทบัญญัติแตกต่างกันราชประเพณีการปกครองย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามรัฐธรรมนูญนั้น การที่จำเลยนำเอารัฐธรรมนูญแห่งประเทศไทยฉบับอื่นมาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงราชประเพณีการปกครองพระราชอาณาจักร รัฐบาลที่ได้ตั้งขึ้นตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นได้เข้าครอบครองและบริหารราชการแผ่นดินด้วยความสำเร็จเด็ดขาดและรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติตลอดมา เป็นที่ยอมรับนับถือกันทั่วไปว่าเป็นรัฐบาลอันสมบูรณ์มาช้านานจนบัดนี้ ย่อมถือว่าเป็นรัฐบาลอันชอบด้วยกฎหมายคดี ๔ สำนวนนี้ โจท์ฟ้องหาว่าจำเลยกับพวกสมคบกันกระทำการขบถในราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๑๐๑,๑๐๒,๖๓ จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ และตัดฟ้องว่า+ของโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม และพิพากษาว่าจำเลย ๑๑ คนมีความผิดตามมาตรา ๑๐๑,๕๙ ประกอบกับมาตรา ๓๘(๒) ให้จำคุกคนละ ๙ ปี ส่วนจำเลยอีก ๑๖ คนให้ยกฟ้องปล่อยตัวไป โจทก์และจำเลยที่ต