เมื่อมีการชี้ขาดการประเมินภาษีโรงเรือนลดลงกว่าที่ประเมินไว้เดิม การเรียกเก็บค่าภาษีเพิ่มเนื่องจากชำระล่าช้า ต้องคิดจากจำนวนเงินตามคำชี้ขาดใหม่ ไม่ใช่จ
ตาม พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 30 เมื่อมีการชี้ขาดในกรณีอุทธรณ์แล้ว ต้องถือเอาจำนวนเงินประเมินตามคำชี้ขาดนั้น ส่วนจำนวนประเมินเดิมเป็นอันหมดไป การเรียกเก็บค่าภาษีเพิ่มจึงต้องคิดจากจำนวนเงินตามคำชี้ขาดใหม่ ไม่ใช่จากจำนวนเงินประเมินเดิม
พิพากษากลับ ให้จำเลยรับเงินค่าภาษี 75 บาทจากโจทก์
โจทก์เคยเสียภาษีโรงเรือนปีละ 75 บาท เจ้าพนักงานประเมินใหม่เป็น 787.50 บาท โจทก์อุทธรณ์และได้รับการชี้ขาดให้ประเมิน 75 บาท เมื่อโจทก์ไปชำระ 75 บาท เจ้าพนักงานไม่ยอมรับและเรียกเก็บภาษีเพิ่มจากจำนวนประเมินเดิม 787.50 บาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2494พ.ต.อ.พระอรรถวิมลบัณฑิตโจทก์เทศบาลนครกรุงเทพฯ โดยนายประพัฒน์ วรรธนะสารนายกเทศมนตรีจำเลย พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ในกรณีที่มีอุทธรณ์การประเมินภาษีโรงเรือนนั้น เมื่อมีการชี้ขาดจำนวนเงินลดลงกว่าที่ประเมินไว้เดิมแล้วก็ต้องถือจำนวนเงินประเมินตามคำชี้ขาดนั้นส่วนจำนวนเงินประเมินเดิมเป็นอันหมดไป ฉะนั้นเมื่อจะมีการเรียกเอาค่าภาษีเพิ่ม เพราะผู้รับประเมินเอาเงินค่าภาษีมาชำระช้ากว่ากำหนดนั้น ก็ต้องคิดเพิ่มเอาจากอัตราที่ชี้ขาดมาใหม่นั้น จะคิดเอาจากอัตราจำนวนเงินประเมินเดิมไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เคยเสียภาษีโรงเรือนสำหรับเรือนเลขที่ ๒๙๑,๒๙๓ ตำบลสีลม อำเภอบางรักษ์ จังหวัดพระนคร ปีละ ๗๕ บาท สำหรับ พ.ศ. ๒๔๙๐ เจ้าพนักงานประเมิน ๗๘๗.๕๐ บาทโจทก์ยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพาพร ๑๔ ธันวาคม ๒๔๙๑ โจทก์ได้รับใบแจ้งคำชี้ขาดของนายกเทศมนตรีว่า คณะเทศมนตรีชี้ขาดให้ประเมิน ๗๕ บาทโจทก์ไปชำระ เจ้าพนักงานไม่ยอมรับ ต่อมาวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๙๒ กองผลประโยชน์เทศบาลนครกรุงเทพฯ ได้มีหนังสือที่ ๓๑๓/๒๔๙๒ เตือนให้โจทก์ชำระเงิน ๗๘๗.๕๐ บาท กับค่าภาษีเพิ่มจึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรับเงิน ๗๕ บาท จำเลยให้การว่า ในการอุทธรณ์โจทก์มิได้นำเงิน ๗๘๗.๕๐ บาทมาเสียแก่เจ้าหน้าที่ภายในกำหนด ๙๐ วันตามกฎหมาย ซึ่งถ้าได้ชำระไว้ โจทก์จะได้คืน ๗๑๒๕.๕๐ บาท แต่เมื่อโจทก์ไม่ชำระก็จะต้องเสียภาษีเพิ่มอีก ๗๘.๗๕ บาท รวมเป็นเงิน ๘๖๖.๒๕ บาท แต่ตามที่ทางการพิจารณาอุทธรณ์ยอมชี้ขาดตามโจทก์อุทธรณ์ โจทก์ก็ต้องเสียภาษีแก่เทศบาลพร้อมค่าปรับก่อนแล้ว ทางการจึงจะคืนให้ ๗๑๒.๕๐ บาท เท่ากับโจทก์ชำระ ๗๕ บาท บวกค่าภาษีเพิ่มอีก ๗๘.๗๕ บาท เมื่อชำระเพียง ๗๕ บาท ภายหลัง ๙๐ วันนับแต่ประเมินคราวแรกจ