ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 479/2494

ประเด็นกฎหมาย

การห้ามจ่ายเงินตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 2 ออกตาม พ.ร.บ.กักคุมตัวฯ 2488 ไม่ใช่เรื่องในหลักเกณฑ์และวิธีการควบคุมและจัดทรัพย์สิน และคณะกรรมการ ก.ท.ส. ไม่ม

หลักกฎหมาย

อำนาจเข้าควบคุมกิจการหรือทรัพย์สินตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกักคุมตัวฯ 2488 คือการเข้าจัดการงานแทนบุคคลนั้น โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการในพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 1 การห้ามจ่ายเงินตามมาตรา 6 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 2 ไม่ใช่เรื่องในหลักเกณฑ์และวิธีการควบคุมและจัดทรัพย์สิน และเป็นการฝ่า

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนยกฎีกาจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลชั้นต้นอายัติเงินที่จำเลยรวบรวมฝากธนาคารแห่งประเทศไทยไว้ตามคำร้องของโจทก์ ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระราคาเรือที่ถูกจำเลยยึดไปให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งอายัติเงินนั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 479/2494นายจิ้นตง แซ่หว่องโจทก์คณะกรรมการ ก.ท.ส.จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกักคุมตัวและการควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นสัตรูต่อสหประชาชาติ 2488 ป.วิ.พ. ม. 254, ม. 282 ป.พ.พ. ม. 69, ม. 213การห้ามจ่ายเงินตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 2 ออกตาม พ.ร.บ.กักคุมตัวและจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นสัตรูต่อสหประชาชาติ 2488 นั้น มิใช่เรื่องในหลักเกณฑ์และวิธีการควบคุมและจัดทรัพย์สินเป็นการฝ่าฝืนหลักกฎหมายทั่วไปของบ้านเมืองโดยไม่มีพระราชบัญญัติให้อำนาจทำเช่นนั้น หรือให้อำนาจออกกฤษฎีกาเช่นนั้น ถ้าจะตีความว่า ก.ท.ส.มีอำนาจงดการชำระหนี้แก่เจ้าหนี้หรือชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่อาจถูกยึดหรืออายัติทรัพย์ตามคำสั่งศาลแล้ว ก็จะเป็นการผิดพลาดตามนัยฎีกาที่ 1255/2493ศาลชั้นต้นอายัติเงินที่จำเลยรวบรวมฝากธนาคารแห่งประเทศไทยไว้ตามคำร้องของโจทก์ ในคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระราคาเรือที่ถูกจำเลยยึดไปให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งอายัติเงินนั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาว่า อำนาจเข้าควบคุมกิจการหรือทรัพย์สินตาม ม.๗ แห่งพ.ร.บ. ว่าด้วยการกักคุมตัวและการควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินของบุคคลที่เป็นสัตรูต่อสหประชาชาติ ๒๔๘๘ นั้น คือการเข้าจัดการงานแทนบุคคลนั้น ฯลฯ ปรากฎหลักเกณฑ์และวิธีการในพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ ๑ ส่วนข้อความใน ม.๖ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ ๒ ว่า "ในการควบคุมจัดกิจการหรือทรัพย์สินตามความในพระราชกฤษฎกีกานี้ให้คณะกรรมการรักษาเงินที่ได้จากการนั้นไว้ และในระหว่างที่ยังมิได้มีความตกลงกับสหประชาชาติในเรื่องนี้ ห้ามมิให้จ่ายเงินดังกล่าวเว้นแต่ค่าใช้จ่ายดังบัญญัติไว้ใน ม.๕ " นั้น การห้าม