การจับกุมเรือที่กระทำผิดในเขตประมงไทยแต่ถูกจับในทะเลหลวงห่างฝั่ง 6 ไมล์ สมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ และศาลมีอำนาจริบเรือของกลางแม้เจ้าของอยู่ต่างประเทศหรื
การที่เรือรบไทยไล่ตามจับเรือของกลางและจำเลยได้ห่างฝั่ง 6 ไมล์อันเป็นท้องทะเลหลวงนั้น การจับรายนี้สมบูรณ์ตามกฎหมาย และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 มาตรา 10 วรรคท้าย บัญญัติให้ศาลมีอำนาจริบเรือของกลางได้ แม้เจ้าของเรือและผู้เช่าอยู่ต่างประเทศ
พิพากษายืน
จำเลยใช้เรือของกลางทำการจับสัตว์น้ำโดยใช้วิธีระเบิดภายในเขตประมงไทย เรือรบไทยไล่ตามจับเรือของกลางและจำเลยได้ห่างฝั่ง 6 ไมล์อันเป็นท้องทะเลหลวง เจ้าของเรือและผู้เช่าอยู่ที่สิงคโปร์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1142/2494อัยการสุราษฎร์ธานีโจทก์นายเซ่งพ้ง แซ่ภู่ กับพวกรวม 13 คนจำเลยนายติวโปวาผู้ร้อง พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 ชนต่างด้าวที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกประเทศนำเรือเข้ามาทำผิดภายในเขตการประมงไทย เรือรบไทยไล่ตามจับได้ห่างฝั่ง 6 ไมล์ อันเป็นท้องทะเลหลวง ดังนี้ ถือว่าการจับย่อมสมบูรณ์ตามกฎหมายโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันลักบอบทำการประมงในน่านน้ำไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ฯลฯ ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงไทย ๒๔๘๒ พ.ร.บ.การประมง ๒๔๙๐ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย ๒๔๘๒ มาตรา ๗-๑๐-๑๑ และ พ.ร.บ.ประมง ๒๔๙๐ มาตรา ๒๐-๖๒-๖๕ และ ๖๙ แต่ให้ลงโทษตามพ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตประมงไทย ๒๔๘๒ มาตรา ๑๑ ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้ ๖ เดือน จำเลยนอกนั้นปรับคนละ ๑๕๐ บาท เรือของกลางและของกลางอื่นให้ริบ เว้นแต่ธงอังกฤา ธงจีน ไม่ริบ ข้อหาอื่นให้ยกเสีย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายติวโปวาฎีกาในข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าจำเลยได้ใช้เรือของกลางทำการจับสัตว์น้ำโดยใช้วิธีระเบิดภายในเขตประมงไทย เรือรบไล่ตามจับเรือของกลางและจำเลยได้ห่างฝั่งกลับตัน ๖ ไมล์อันเป็นท้องทะเลหลวงเช่นนี้ การจับรายนี้จึงสมบูรณ์ตามกฎหมาย ส่วนเรื่องเรือของกลางนั้น แม้เจ้าของเรือและผู้เช่าจะอยู่สิงค์โปร์ก็ดี ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.๒๔๘๒ มาตรา ๑๐ วรรคท้ายก็บัญญัติไว้ให้ศาลมีอำนาจริบได้ และศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าผู้ร้องน่าจะมีส่วนรู้เห็นในการที่จำเลยจะเอาเรือไปใช้ในการกระทำผิดด้วย จึงพิพากษา