ความผิดฐานมีไม้สักที่ยังไม่ได้แปรรูปและไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484
การมีไม้สักที่ยังไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครอง หากพิสูจน์ได้ว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่มีความผิดตามมาตรา 69 และการมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองเพื่อปลูกสร้างบ้านเรือน ได้รับยกเว้นความผิดตามมาตรา 48 ตามมาตรา 50(4)
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยไม่มีความผิด
จำเลยซื้อไม้สักที่ยังไม่ได้แปรรูปและไม้สักแปรรูปมาจากหม่องตาอูตั้งแต่ พ.ศ. 2484 มีหลักฐานการซื้อขาย และจำเลยมีไม้แปรรูปไว้เพื่อปลูกสร้างบ้านเรือน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 496/2494อัยการสุโขทัยโจทก์นายจรูญ คล้ายสุวรรณจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามจะยังมิได้แปรรูป ทั้งมิได้มีราคาค่าภาคหลวงประทับไว้นั้น+มีไว้ในครอบครองย่อมมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 เว้นผู้มีไว้จะพิศูจน์ได้ว่า ได้ไม้มาโดยชอบด้วยกฎหมายจึงพ้นผิด มีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ตามความใน พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 +เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 48 จะเป็นความผิดตามมาตรา 48 จะเป็นความผิดตามมาตรา 73 ถ้าพิศูจน์ได้ว่ามีไม้แปรรูปนั้นเพื่อปลูกสร้างบ้านเรือนแล้วพ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 50 บัญญัติไม่ให้ใช้มาตรา 48 บังคับ จึงไม่เป็นผิดโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยมีไม้สักที่ยังไม่ได้แปรรูป แปรรูปไม้สัก และมีไม้สักแปรรูปไว้ในครอบครองผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ๒๔๘๔ จำเลยปฏิเสธ ศาลจังหวัดพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๗๒ ฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ ๒๐๐ บาท ข้อหานอกจากนี้ให้ยกเสีย คืนไม้ของกลางให้จำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า หากจะว่าไม้สักของกลางเป็นไม้หวงห้ามและเป็นไม้ที่ยังมิได้แปรรูป ทั้งมิได้มีราคาภาคหลวงประทับไว้ เมื่อจำเลยมีไว้ในครอบครองย่อมมีความผิดตามมาตรา ๖๙ ก็ดีคดีก็ได้ความว่าจำเลยได้ซื้อไม้ของกลางมาจากหม่องตาอูที่สวรรคโลกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๔ มีหลักฐานการซื้อขาย ซึ่งโจทก์มิได้คัดค้านประการใดเลยในข้อนี้ จึงควรฟังว่าจำเลยพิศูจน์ได้ว่าจำเลยได้ไม้ของกลางมาโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มีความผิด ฎีกาของโจทก์อีกข้อหนึ่ง แม้จะฟังว่าจำเลยมีไม้แปรรูปของกลางไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตตามความใน พ.ร.บ.ป่าไม้ ๒๔๘๔ ซึ่งจะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๔๘ และเป็นผิดตาม