การเช่าตึกแถวเพื่อเก็บสินค้าและให้ลูกจ้างอยู่อาศัยเพื่อเฝ้าสินค้า ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489 และสัญญาเช่
ผู้เช่าที่เช่าสถานที่เพื่อเก็บสินค้าและให้ลูกจ้างอยู่อาศัยเพื่อเฝ้าสินค้า โดยมิได้มีเจตนาให้เป็นที่อยู่อาศัยของตนเองและครอบครัว ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489 แม้ผู้ให้เช่าจะรู้เห็นยินยอมให้ลูกจ้างอยู่อาศัยก็ตาม และข้อตกลงค่าเช่าเป็นสองระยะที่คู่สัญญาทำด้วยค
ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยจัดการขนสินค้าออกจากตึกเช่าของโจทก์ ให้จำเลยเสียค่าเช่าแก่โจทก์วันละ 5 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2490 ถึง 7 พฤศจิกายน 2490 เป็นเงิน 35 บาท กับเสียค่าเสียหายอีกวันละ 5 บาทจนกว่าจะมอบตึกคืน
จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์เพื่อเก็บสินค้าและให้ลูกจ้างอยู่อาศัยเพื่อเฝ้าสินค้า โดยตัวจำเลยและครอบครัวตั้งร้านค้าขายอยู่อีกแห่งหนึ่ง สัญญาเช่ากำหนดค่าเช่าเป็นสองระยะ: ระยะแรกคิดค่าเช่ารายเดือน เมื่อครบกำหนดสัญญา หากผู้เช่ายังคงใช้ห้องเช่าต่อไปโดยไม่ทำสัญญาใหม่ ให้ถือว่าเช่ากันต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา โดยจ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1149/2494นางริ้ว อาจงานหลวง ร้อยตรีต่วน อาจงานหลวงโจทก์นายปริติ เจริญผลจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 เช่าตึกแถวในย่านการค้าไว้สำหรับเก็บสินค้าและให้ลูกจ้างมาอยู่อาศัยเพื่อเฝ้าดูแลสินค้า ส่วนตัวผู้เช่าและครอบครัวตั้งร้านค้าขายอยู่อีกแห่งหนึ่งต่างหาก ดังนี้ แม้ผู้ให้เช่าจะได้รู้เห็นยินยอมด้วยแต่แรก ในการที่ลูกจ้างของจำเลยเข้าไปอยู่อาศัยในห้องเช่า ผู้เช่าก็มิได้รับความคุ้มครอง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ สัญญาเช่าซึ่งตกลงเก็บค่าเช่ากันเป็น 2 ระยะ คือในชั้นแรกคิดค่าเช่ากันเป็นรายเดือนเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า ถ้าผู้เช่ามิได้ตกลงทำสัญญาเช่ากันใหม่ แต่ยังคงใช้ห้องเช่าต่อไปก็ให้ถือว่าเช่ากันต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลาโดยยอมให้ค่าเช่าวันละ 5 บาททุกวันไปจนกว่าจะมอบห้องคืน ดังนี้ เมื่อคู่สัญญาทำกันด้วยความสมัครใจก็ย่อมมีผลผูกพันกันตามกฎหมายโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้เช่าตึกแถวของโจทก์ ๒ ห้องอยู่ถนนจอมพล ตำบลในเมือง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเป็นที่ไว้สินค้าเท่านั้น ไม่ใช่เป็นที่อยู่อาศัย สัญญาเช่าหมดอายุแล้วมิได้ขอเช่าต่อ โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยก็ยังขัดขืนอยู่ต่อมา จึงขอให้ขับไล่และเรียกค่าเช่า ค่าเสียหายระหว่างที่ยังไม่ออก จำเลยต่อสู้ว่า ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย จึงได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ข้อเท็จจริงคงได้ความ แถวห้องเช่าพิพาทและข้างเคียงต่างเป็นร้านค้าขาย จำเลยตั้งร้านค้าขายอยู่อีกแห่งหนึ่งต่างหาก แต่มีคนอยู่ด้วยกันมาก วางสินค้าขายด้วยไม่พออยู จึงได้เช่าห้องพิพาทเพื่อให้คนงานอยู่อาศัยและเป็นที่เก็บสินค้า ศาลชั้นต้นเห็นว่าห้องเช่าพิพาทเป็นเคหะย่อมได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ จึงพิพากษายกฟ้อง