การให้ที่ดินโดยหนังสือนาซาตามกฎหมายอิสลามในระหว่างมีชีวิต ต้องใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บังคับ ไม่ใช่กฎหมายอิสลาม และการให้ที่ไม่จดทะเบียนตามแบบไม่
การให้อสังหาริมทรัพย์ในระหว่างมีชีวิต แม้ทำตามกฎหมายอิสลาม แต่ต้องปฏิบัติตามแบบของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คือทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นการให้ไม่สมบูรณ์ และทรัพย์ยังเป็นมรดกของผู้ให้
ให้ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่
ผู้ตายทำหนังสือนาซายกที่ดินให้จำเลยในขณะมีชีวิต แต่ไม่ได้จดทะเบียนการให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2494นางแวสะลาเมาะโจทก์นายแวซง บินอาแวแดจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ.2489 คดีมรดกของผู้ถือศาสนาอิสลามอันเกิดขึ้นในศาล ของจังหวัดปัตตานี,นราธิวาส,ยะลาและสตูลนั้น ต้องใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวมรดกบังคับแทน ป.ม.กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ในการที่จะพิจารณาวินิจฉัยว่าทรัพย์อะไรเป็นมรดกหรือไม่นั้น จะต้องใช้ ป.ม.กฎหมายแพ่งและพาณิชบังคับเสียก่อน ผู้ตายทำหนังสือ (นาซา) ยกที่ดินให้จำเลยตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ แม้ตาม ก.ม.อิสลามมีว่าการให้ด้วยหนังสือนาซานี้ใช้ได้ที่ดินไม่เป็นมรดกต่อไปตามกฎหมายอิสลามไม่แบ่งมรดกก็ตาม แต่ปรากฎว่าการยกให้ไม่ถูกแบบตาม ป.ม.แพ่ง ฯ เพราะไม่ได้จดทะเบียนที่ดิน จึงยังเป็นของผู้ตายอยู่ในเวลาตายจึงต้องถือตาม ป.ม.แพ่ง ฯ ว่าที่ดินนี้ยังเป็นมรดกของผู้ตายอยู่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยต่างเป็นผู้ถือศาสนาอิสลาม บัดนี้นางหะยีแวลีเมาะย่าของโจทก์และจำเลยตายลง ทายาททุกคนได้ปกครองทรัพย์มรดกร่วมกันมายังมิได้แบ่งโจทก์ขอแบ่งจากจำเลย ๆ ไม่ยอม จึงต้องฟ้องขอแบ่ง จำเลยต่อสู้ว่า นางหะยีแวลิเมาะย่า ได้ทำหนังสือนาซา ( หนังสือยกทรัพย์สินตามศาสนาอิสลาม ) ยกทรัพย์สินที่โจทก์ขอแบ่งนั้น ให้แก่จำเลยผู้เดียว ฯลฯ โจทก์ยอมรับว่า ผู้ตายทำหนังสือนาซาที่จำเลยอ้างไว้จริง ศาลชั้นต้นจึงงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าหนังสือนาซาที่จำเลยอ้างได้ทำขึ้นถูกต้องตาม ก.ม.อิสลาม มีผลใช้ได้ตาม ก.ม.อิสลาม ทรัพย์รายนี้จึงไม่เป็นมรดกตามกฎหมายอิสลาม โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่ง จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้เกิดขึ้นในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งต้องใช้พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามใน