ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2494

ประเด็นกฎหมาย

คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งประเมินภาษีซึ่งได้ชำระเงินไปแล้ว เป็นคดีมีทุนทรัพย์เกินอำนาจศาลแขวงหรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งประเมินภาษีซึ่งได้ชำระเงินไปแล้ว ผลของคำพิพากษาหากโจทก์ชนะคดี โจทก์ย่อมได้รับเงินคืน จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 150

คำวินิจฉัย

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลแขวงยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ประเมินให้โจทก์ชำระภาษี 71,936.10 บาท โจทก์นำเงินไปชำระแล้ว และฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งประเมิน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2494บริษัทกวางซุ่นหลีหวยลั้ง จำกัด โดยนายหยวย แซ่เทีย กรรมการโจทก์กรมสรรพากร (โดยหลวงอาจพิศาลกิจ อธิบดี)จำเลย ป.รัษฎากร พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ป.วิ.พ. ม. 150โจทก์ฟ้องประกอบด้วยคำขอท้ายฟ้อง แสดงให้เห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ประเมินภาษีเงินได้ให้โจทก์ชำระเงิน 71936.10 บาทเป็นการไม่ถูกต้อง จึงขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งที่เจ้าพนักงานประเมินภาษีได้ประเมินให้โจทก์ชำระภาษี 71936.10 บาท ซึ่งโจทก์ได้นำเงินไปชำระแล้วนั้นเสีย ดังนี้ ผลของคำพิพากษาในเมื่อโจทก์ชนะคดีก็คือ โจทก์ย่อมได้รับเงินที่ชำระไว้แล้วคืน จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 150 เกินอำนาจศาลแขวงจะพิจารณาพิพากษาได้คดีนี้ ฟ้องโจทก์มีใจความว่า เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ในเขตสรรพากรภาค ๑ ได้มีหมายเรียกตามประมวลรัษฎากรที่ ง.น. ๕๖/๒๔๙๑ ให้โจทก์นำเอกสารบัญชีต่าง ๆ ประจำ พ.ศ.๒๔๘๙ เพื่อทำการตรวจสอบและชี้แจง บัญชีซึ่งโจทก์ได้จัดการให้ผู้แทนนำบัญชีเอกสารไปตรวจสอบตามที่ต้องการแล้ว แต่เจ้าพนักงานประเมินภาษีได้กล่าวหาว่า โจทก์นำบัญชีเสนอให้ตรวจไม่ครบถ้วน จึงทำการประเมินภาษีเงินได้ดังกล่าวโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๑ แห่งประมวลรัษฎากร ให้โจทก์ชำระเงิน ๗๑๙๓๖.๑๐ บาท โจทก์ได้นำเงิน ๗๑๙๓๖ บาท ๑๐ สตางค์ ไปชำระแล้ว จึงขอให้ศาลพิพากษายกคำกล่าวหาของเจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ ซึ่งกล่าวหาโจทก์ว่ามิได้ปฏิบัติตามหมายเรียกโดยนำบัญชีประจำ พ.ศ.๒๔๘๙ ไปเสนอเพื่อตรวจสอบไม่ครบถ้วน อันเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ตามมาตรา ๒๑ แห่งประมวลรัษฎากรให้ยกเลิกการประเมินภาษีเงินได้ของเจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ตามหนังสือที่ ง.น.๔๑๘/๒๔๙๑ หรือมิฉะนั้นสั่งให้โจทก์มีสิทธิยื่นอุทธรณ์การ