ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2494

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิของภริยาร้างในการขอแบ่งสินสมรสที่สามีได้มาระหว่างร้างกัน ภายใต้กฎหมายเดิมที่ใช้บังคับก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5

หลักกฎหมาย

ตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ ป.พ.พ. บรรพ 5 มาตรา 4 บทบัญญัติแห่งบรรพนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการสมรสและสัมพันธ์ในครอบครัวที่มีอยู่ก่อนวันใช้ประมวลกฎหมาย ดังนั้น สามีภริยาที่ร้างกันอยู่ก่อนใช้บรรพ 5 ยังคงมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเดิม ภริยาร้างไม่มีสิทธิขอแบ่งทรัพย์สินสมรสที่สามีได้มาในระหว่างร้างกัน เพราะทรัพย์นั้

คำวินิจฉัย

โจทก์ไม่มีสิทธิจะขอแบ่งหรือขอลงชื่อร่วมในโฉนดที่ดินที่จำเลยซื้อมาในระหว่างร้างกัน พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากันมา 30 ปี และร้างกันอยู่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 โจทก์ฟ้องขอให้แบ่งแยกสินบริคณห์ อ้างเหตุว่าจำเลยขายที่ดินสินบริคณห์โดยมิได้บอกและไม่แบ่งเงินให้ ทั้งจะยักยอกหรือยักย้ายสินบริคณห์ต่อไป ถ้าแยกไม่ได้ก็ให้โจทก์มีชื่อร่วมกับจำเลยในโฉนดที่ดิน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2494นางเสริม ศรทองโจทก์นายเหมือน ศรทองจำเลย พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ป.พ.พ. ม. 1466สามีภริยาร้างกันอยู่ก่อนใช้ ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ 5 ก็ยังคงเป็นภริยาร้างตามกฎหมายเก่า กฎหมายใหม่หาได้บัญญัติเปลี่ยนแปลงไม่ เพราะกฎหมายใหม่ไม่กระทบกระเทือนถึงการสัมพันธูในครอบครัว สิทธิและหน้าที่ในเรื่องนี้ยังคงเป็นอยู่ตามกฎหมายเดิม เช่น ในการแบ่งสินสมรส ภริยาร้างไม่มีสิทธิจะขอแบ่งทรัพยสินสมรส ที่สามีได้มาในระหว่างร้างกัน เพราะเหตุว่าทรัพย์นั้นมิใช่ได้มาโดยการอยู่กินสมรสร่วมกัน หากเป็นโดยอีกฝ่ายหนึ่ง หามาได้ตามลำพังและแยกไว้เป็นส่วนตัวแล้วโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันมา ๓๐ ปีแล้ว บัดนี้โจทก์ผู้เป็นภริยามาฟ้องขอให้แบ่งแยกสินบริคณห์ อ้างเหตุว่าจำเลยขายที่ดินสินบริคณห์โดยมิได้บอกและไม่แบ่งเงินให้ ทั้งจะยักยอกหรือยักย้ายสินบริคณห์ต่อไป ถ้าแยกไม่ได้ก็ให้โจทก์มีชื่อร่วมกับจำเลยในโฉนดที่ดินตามฟ้อง คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์,จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อที่ขอแบ่งหรือขอลงชื่อร่วมในที่ดินเสีย นอกจากนี้ยืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพ.ร.บ.ให้ใช้ ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ ๕ มาตรา ๔ บัญญัติว่า " บทบัญญัติแห่งบรรพนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึง ( ๑ ) การสมรส ซึ่งได้มีอยู่ก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายบรรพนี้และทั้งสัมพันธ์ในครอบครัว อันเกิดแต่การสมรสนั้นๆ " การที่สามีภริยาอยู่กินร่วมกันเป็นปรกติก็ดี ร้างกันก็ดี ย่อมเรียกว่าเป็นการสัมพันธ์ในครอบครัวอันเกิดแต่การสมรส ฉะนั้นสามีภริยาที่ร้างกันอยู่ก่อนใช้ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ ๕ ก็ยังคงเป็นภริยาร้างตามกฎหมายเก่า กฎหมายใหม่หาได้บัญญัติเปลี่ยนแปลงไม่ เพราะกฎหมายใหม่ไม