คดีที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิในที่ดินซึ่งมีชื่อบิดาเป็นเจ้าของร่วม และบิดาเข้ามาคัดค้านภายหลัง ทำให้คดีแปรสภาพเป็นคดีมีข้อพิพาท ต้องห้ามตาม ป
ข้อห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1534 เป็นกฎหมายจำกัดสิทธิของบุคคล ต้องตีความโดยเคร่งครัด การที่ผู้คัดค้านเข้ามาโต้แย้งภายหลังทำให้คดีแปรสภาพเป็นคดีมีข้อพิพาทตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188(4) ไม่ถือว่าผู้ร้องเป็นฝ่ายฟ้องบุพพการีของตน คดีจึงไม่ต้องห้ามตามมาตรา 1534
คดีนี้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1534 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิในที่ดินส่วนที่ย่าให้ โดยมีชื่อบิดาเป็นเจ้าของร่วม บิดาเข้ามาคัดค้านภายหลัง ทำให้คดีแปรสภาพเป็นคดีมีข้อพิพาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 576/2494นางสง่า แพรขาวผู้ร้องนายลิ คล้ายสีผู้คัดค้าน พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 57, ม. 58, ม. 188 ป.พ.พ. ม. 1534ยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิในที่ดินที่มีโฉนด ซึ่งมีผู้ยกให้ตนปกครองมาจนได้กรรมสิทธิตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1382 และขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนให้ผู้ร้องนั้น เมื่อบิดาผู้ร้องคัดค้านโต้แย้งเข้ามาทำให้คดีแปรสภาพเป็นคดีมีข้อพิพาทขึ้นตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 188(4) ก็ตามและการที่ผู้คัดค้านเข้ามามีฐานะเป็นคู่ความ ไม่ใช่เป็นการกระทำของผู้ร้อง ดังนั้นจึงเรียกไม่ได้ว่าผู้ร้องได้ฟ้องบุพพการีของตน คดีจึงไม่ต้องห้ามตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1534คดีนี้ นางสง่า แพรขาว ยื่นคำร้องต่อศาลว่า ที่ดินตามโฉนดตราจองเลขที่ ๔๘๔๙,-๔๘๙๑,-๔๘๙๕ มีชื่อนางแคล้วย่าผู้ร้องกับนายลิบิดาผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิร่วมกัน แต่นางแคล้วและนายลิต่างได้แยกกันครอบครองเป็นเจ้าของที่ดินเป็นส่วนสัดมานานแล้ว ส่วนที่เป็นของนางแคล้ว ๆ ไป ยกให้ผู้ร้อง ผู้ร้องได้ครอบครองเป็นเจ้าของมา ๒๐ ปีเศษแล้ว แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนรับโอนและแบ่งแยก เพราะนางแคล้วตายเสีย จึงขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่า ที่ดินส่วนที่กล่าวแล้วเป็นกรรมสิทธิของผู้ร้อง สั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนและแบ่งแยกให้ผู้ร้อง นายลิบิดาผู้ร้อง คัดค้านว่าที่ดินทั้ง ๓ โฉนดเป็นกรรมสิทธิของนางแคล้วและนายลิร่วมกัน นางแคล้วตายแล้วตกได้แก่นายลิผู้เป็นบุตรนางแคล้วแต่ผู้เดียว ผู้ร้องเป็นเพียงหลานไม่มีสิทธิในที่นี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านเข้ามาเป็นคู่ความในฐานะเป็นจำเลยตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๕๗ แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๔ ตามที่ผู้คัดค้านขอหลายข้อ ในข้อสุดท้า