ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363 - 1365/2494

ประเด็นกฎหมาย

ประกาศยกเลิกประกาศกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ไม่จำเป็นต้องคัดสำเนาปิดไว้ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484

หลักกฎหมาย

การยกเลิกประกาศของรัฐมนตรี เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว แม้มิได้นำไปปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ ฯลฯ ก็เป็นการยกเลิกที่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 กำหนดให้ต้องคัดสำเนาปิดไว้เฉพาะประกาศที่มีผลบังคับแก่ประชาชนทั่วไป ส่วนการยกเลิกประกาศไม่ต้องการให้มีผลบังคับต่อไป จึงไม่ต้องปิดป

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามศาลชั้นต้น (ยกฟ้อง) เนื่องจากประกาศฉบับที่ 3 มีผลใช้ได้เฉพาะในส่วนที่ยกเลิกประกาศฉบับแรก ๆ ทำให้จังหวัดสุโขทัยหมดสภาพเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้ จำเลยจึงไม่มีความผิด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เดิมมีประกาศกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ในจังหวัดสุโขทัยและได้ปิดประกาศถูกต้อง ต่อมามีประกาศฉบับที่ 3 ยกเลิกประกาศเดิมและกำหนดเขตใหม่ แต่ไม่ได้ปิดประกาศในท้องที่ที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1363 - 1365/2494อัยการสุโขทัยโจทก์นายบิน ถ้วนคำจำเลยอัยการสุโขทัยโจทก์นายยวง มีคำ หรือ มีกล่ำจำเลยอัยการสุโขทัยโจทก์นายปาน อ่อนปิ่นจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ประกาศของรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องคัดสำเนาประกาศไว้ณที่ต่างๆ ตามความในมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 นั้น เป็นประกาศ ซึ่งรัฐมนตรีกำหนดขึ้นตามบท แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้อันเป็นเรื่องที่จะให้มีผลบังคับแก่ประชาชนทั่วไป เช่นประกาศกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ เป็นต้น ส่วนประกอบยกเลิกประกาศนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ต้องการให้ประกาศนั้นมีผลบังคับแก่ประชาชนต่อไป จึงหาจำต้องนำไปปิดในที่ต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ไม่ ก็ย่อมมีผลใช้ได้ ประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการมีข้อความยกเลิกประกาศฉะบับแรก ๆ ที่กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ไว้ แล้วมีข้อความกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ขึ้นใหม่ แต่ประกาศฉบับนี้หาได้มีการคัดสำเนาปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ ที่ว่าการกำนัน หรือที่สาธารณะสถานในท้องที่ในเขตที่เกี่ยวข้องไม่ ดังนี้ ประกาศฉะบับหลังนี้คงมีผลใช้ได้เฉพาะที่ให้ยกเลิกประกาศฉะบับแรก ๆ ที่ กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้เท่านั้นคดีสามสำนวนนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยแต่ละคนว่ามีไม้สักแปรรูปเกินกว่า ๔ เมตรลูกบาศก์ และจำนวนไม้เกินกว่า ๒๐ ต้นไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตในเขตควบคุมไม้แปรรูป ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๗,๔๘,๗๓,๗๔ จำเลยต่อสู้ว่า มีไม้ไว้สำหรับสร้างบ้านเรือน และเป็นไม้ที่ตัดฟันจากที่ของเอกชน ศาลชั้นต้นเห็นว่า ประกาศควบคุมเขตไม้แปรรูปของกระทรวงเกษตราธิการ ( ฉบับที่ ๓ ) ยังมิได้มีการคัดสำเนาประกาศปิดไว้ในที่ต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยผิดตาม