ฟ้องอุทธรณ์ที่ทนายความซึ่งไม่ได้ต่อทะเบียนใบอนุญาตทนายความแล้วเซ็นชื่อเป็นผู้เรียงนั้นเสียไปหรือไม่
ตาม พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2477 มาตรา 6 การที่ทนายความไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตแล้วเซ็นชื่อเป็นผู้เรียงฟ้องอุทธรณ์ ไม่ทำให้ฟ้องอุทธรณ์เสียไป เพราะกฎหมายมีเจตนารมณ์เพียงเพื่อให้อรรถคดีรัดกุมและบำรุงอาชีพทนายความ มิได้บัญญัติให้ฟ้องเสียไป
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องขอเพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินและขอให้แสดงสิทธิในที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยเห็นว่าจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 รับโอนโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนโดยสุจริต ได้รับความคุ้มครองตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1300, 1321 โจทก์ฎีกา และจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ฎีกาโต้แย้งว่าฟ้องอุทธรณ์ของ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2494นายทองเดิม วิบูลย์พงษ์โจทก์ม.จ.จันทศิริปริวัติที่ 1, ม.จ.อรดินทร จันทัตที่ 2, ม.จ.สวินวิศาล จันทัตที่ 3,ม.จ.หญิงโสมกานดา ที่4, นายจุ่น ทังสุบุตรที่ 5, นายทองคำ นิ่มนวลที่ 6,นางจางนิ่มนวลที่ 7จำเลย พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2477 ป.วิ.พ. ม. 18, ม. 55, ม. 67, ม. 172ฟ้องอุทธรณ์ที่โจทก์เซ็นชื่อเองแต่ในช่องผู้เรียงนั้นทนายความเป็นผู้เซ็น แม้จะเป็นเวลาภายหลังที่ทนายผู้นั้นไม่ได้ต่อทะเบียนใบอนุญาตทนายความแล้วก็ดี ก็หาทำให้ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ฉะบับนั้นเสียไปไม่ (ในข้อนี้จำเลยเป็นผู้ฎีกา)คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินระหว่างจำเลย และขอให้แสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๗ รับซื้อที่พิพาทไว้โดยสุจริต จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และเสียค่าตอบแทน ได้รับความคุ้มครองตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๓๐๐,๑๓๒๑ จึงให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา และจำเลยที่ ๕ ถึงที่ ๗ ได้ฎีกาในข้อที่ทนายโจทก์เซ็นชื่อเป็นผู้เรียงอุทธรณ์ให้โจทก์ โดยที่ขณะนั้นทนายผู้นั้นไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตทนายความ ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ทนายจะได้เซ็นเป็นผู้เรียงในฟ้องอุทธรณ์ ภายหลังที่ไม่ได้ต่อทะเบียนใบอนุญาตทนายความแล้วก็ดี ก็หาทำให้ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ฉะบับนี้เสียไปไม่ เพราะตาม พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.๒๔๗๗ มาตรา ๖ ซึ่งบัญญัติว่าผู้ที่มิได้รับอนุญาตเป็นทนายความไม่มีอำนาจแต่งฟ้องอุทธรณ์นั้น ก็มีเจตนารมย์เพียงแต่จะให้อรรถคดีได้เป็นไปในทางรัดกุมและบำรุงอาชีพทนายความผู้รับอนุญาตด้วยเท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติในที่ใดเลยที่จะลงโทษถึงแก่จะให้ฟ้องฉะบับนั้นต้องเสียไปเพราะผู้เรียงไม่ใช่ทนายความผู้รับอนุญาตใด