ปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลควรริบของกลาง (น้ำมันเบนซิน) ได้หรือไม่
สิ่งของที่ห้ามค้ากำไรเกินควรซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดคือสิ่งของที่มีผู้ขอซื้อไม่เกินสมควรแก่การใช้ แต่ผู้ขายไม่ยอมขายโดยไม่มีเหตุผลอันควรเท่านั้น และย่อมริบได้เฉพาะสิ่งของที่ไม่ยอมขายดังกล่าวเท่านั้น
ให้ริบน้ำมันเบนซินของกลาง 5 ปีบ ให้คืนน้ำมันเบนซิน 289 ปีบให้แก่บริษัทอั้งตังอาวไป นอกจากนี้คงยืน
จำเลยทั้งสองเป็นกรรมการและพนักงานของบริษัท มีน้ำมันเบนซิน 294 ปีบ มีผู้มาขอซื้อ 3 ราย รวม 5 ปีบ แต่จำเลยไม่ยอมขายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1447/2494อัยการนครราชสีมาโจทก์นายกำเท้ง แซ่อั้ง ที่ 1,นายยุกต์ เจียรพันธ์ ที่ 2จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 27 พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 ไม่ยอมขายสิ่งของที่คณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควรกำหนดราคาไว้อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร 2490 นั้น สิ่งของที่ห้ามค้ากำไรเกินควรซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดคือสิ่งของที่มีผู้ขอซื้อไม่เกินสมควรแก่การใช้ แต่ผู้ขายไม่ยอมขายโดยไม่มีเหตุผลอันควรเท่านั้น และย่อมริบได้เฉพาะสิ่งของที่ไม่ยอมขายดังกล่าวเท่านั้นจำเลยที่ ๑ เป็นกรรมการของบริษัทอั้งตงอาวจำกัดระหว่างเกิดคดีขึ้นนี้ จำเลยที่ ๑ ทำหน้าที่ผู้จัดการบริษัท จำเลยที่ ๒ เป็นเสมียนมีหน้าที่จัดการและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัท เนื่องจากมีการขายน้ำมันเบ็นซินเกินราคา คณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควรส่วนจังหวัด ได้ออกประกาศให้ขายน้ำมันลิตรละ ๒ บาท บริษัทมีน้ำมันอยู่ ๒๙๔ ปีบ จำเลยทั้ง ๒ ไม่ยอมขายน้ำมันเบ็นซินให้แก่พวกคนขับรถยนต์ที่มาขอซื้อ และโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง ๒ ผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๒๑ จำคุก จำเลยคนละ ๑ เดือน ปรับคนละ ๕๐๐ บาทโทษจำคุกให้รอการลงอาญาไว้ น้ำมันเบ็นซินของกลางให้ริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาในข้อกฎหมายว่า ศาลจะควรริบของกลางไม่ได้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า สิ่งของคือ น้ำมันเบนซืนที่ห้ามค้ากำไรเกินควร ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดในคดีเรื่องนี้ คือ น้ำมันเบ็นซินที่มีผู้มาขอซื้อไม่เกินสมควรแก่การใช้แต่จำเลยไม่ยอมขายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเท่านั้น คดีนี้ปรากฎว่ามีผู้มาขอซื้อ ๓ ราย ๕ ปีบ ด้วยกัน จำเลย