ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2494

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการสั่งคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกลักเมื่อศาลฟังว่าจำเลยไม่ผิดฐานลักทรัพย์ และปัญหาว่าสถานที่เช่าเพื่อใช้เป็นโรงเรียนทำการสอนเด็

หลักกฎหมาย

ในคดีที่ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์ หากไม่ปรากฏว่าทรัพย์ที่ถูกลักถูกจับหรือยึดมาเป็นของกลาง และศาลฟังว่าจำเลยไม่ผิดฐานลักทรัพย์ ศาลย่อมไม่สั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกลักไป และการเช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นโรงเรียนทำการสอนเด็กเท่านั้น แม้จะมีครูผู้ดูแลอาศัยอยู่ด้วย ก็ไม่ทำให้สถานที่นั้นเป็น "เคหะ"

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันบุกรุกเข้าไปในโรงเรียนที่โจทก์เป็นผู้เช่า ทำให้ทรัพย์เสียหาย และลักสังกะสี 17 แผ่น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดฐานบุกรุก ข้ออื่นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ในฟ้องไม่ปรากฏว่าสังกะสีถูกจับหรือยึดเป็นของกลาง และศาลฟังว่าจำเลยไม่ผิดฐานลักทรัพย์ การเช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นโรงเรียนท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1540/2494อัยการนครนายกและนายใจ๊เอี่ยม แซ่ตั้งโจทก์นางตา ง่วนเฮง ที่ 1, นางสุข วงษ์วิลัย ที่ 2, นางเจ๊ก สอนน้อย ที่ 3, นายมุ่ยศรีเปลี่ยน ที่ 4,นายดี อิ่มเจริญ ที่5 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 288 ป.วิ.อ. ม. 43, ม. 186 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ในคดีที่ฟ้องหาว่าจำเลยลักทรัพย์ ในฟ้องไม่ปรากฎว่า ทรัพย์ที่ถูกลักได้ถูกจับมาเป็นของกลางแต่อย่างใดและในคดีนั้นศาลฟังว่าจำเลยไม่มีผิดฐานลักทรัพย์ ศาลก็ย่อมไม่สั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ถูกลักไป เช่าสถานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นโรงเรียน ทำการสอนหนังสือเด็กเท่านั้น แม้จะมีครูผู้ดูแลอาศัยอยู่ด้วยก็ไม่ทำให้สถานที่นั้นเป็น " เคหะ " อันอยู่ในความคุ้มครองของพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันบุกรุกเข้าไปในโรงเรียนที่โจทก์เป็นผู้เช่า และจัดการทำให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหาย ทั้งยังได้ลักเอาสังกะสีไปอีก ๑๗ แผ่น ขอให้ลงโทษฐานบุกรุก ทำให้เสียหายและลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้ง ๕ คนผิดฐานบุกรุกตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๒๙ ข้ออื่นให้ยกฟ้อง คู่ความทุกฝ่ายอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน อัยการและนายโจ๊เอี่ยมฎีกาในปัญหาข้อสั่งคืนของกลางและข้อควรผิดตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาข้อแรก ในฟ้องไม่ปรากฎว่า สังกะสีรายนี้ได้ถูกจับหรือยึดมาเป็นของกลางแต่อย่างใดและศาลฟังว่าจำเลยไม่มีผิดฐานลักทรัพย์ คือสังกะสีนั้นแล้วศาลจะสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาสังกะสีอย่างไรได้ ส่วนฎีกาข้อ ๒ ศาลอุทธรณ์ฟังแล้วว่า การเช่าสถานที่รายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นโรงเรียนทำการสอนเด็กเท่านั้นแม้จะมีครูผู้ดูและอาศัยอยู่ด้วย ก็หาทำให้สถานที่นี้เป็น " เคหะ " อันอยู่ในความคุ้มค