ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1619/2506

ประเด็นกฎหมาย

ทายาทผู้รับมรดกมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้หรือไม่ก่อนจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ และภาระการนำสืบว่าสถานที่เช่าเป็นเคหะสถานที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญ

หลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 ทายาทย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดกตั้งแต่เจ้ามรดกตาย แม้ยังไม่ได้จดทะเบียนสิทธิ ดังนั้นทายาทจึงมีอำนาจฟ้องโดยสมบูรณ์ ส่วนข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ต้องเป็นการโต้เถียงกันว่าฝ่ายใดมีกรรมสิทธิ์เป็นสำคัญ การอ้างว่าผู้ใดไม่

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเช่าโกดังพิพาทจากเจ้ามรดก ต่อมาเจ้ามรดกสวรรคต โจทก์ทั้งสองได้รับมรดกตามพินัยกรรมและให้จำเลยเช่าต่อไปโดยไม่มีสัญญาเช่า ต่อมาโจทก์บอกเลิกการเช่า จำเลยไม่ยอมออก จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ และจำเลยเช่าบ้านเพื่ออยู่อาศัยจึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1619/2506หม่อมเจ้าหญิงอัจฉราทวี เทวกุล ผู้จัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ ที่ 1สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์โดยหม่อมเจ้าหญิงอัจฉราทวี เทวกุลผู้รับมอบอำนาจที่2โจทก์นายทิงเฮง แซ่โอ๊วจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 สถานที่เช่าเป็นเคหะสถานอันได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าหรือไม่นั้น จำเลยต้องนำสืบก่อน ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 นั้น เป็นเรื่องที่คู่ความโต้เถียงกันว่า ฝ่ายใดมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เป็นประการสำคัญ การที่อ้างว่าผู้ใดไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาท ไม่ใช่ข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นสั่งว่า "รับเป็นอุทธรณ์ของจำเลยให้นำส่งสำเนาให้โจทก์ภายใน 15 วัน" ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ตามธรรมดา ไม่ได้สั่งในรูปรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 2+ วรรคสองเมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าประเด็นใดเป็นประเด็นข้อเท็จจริงต้องห้ามไม่ให้อุทธรณ์ ก็ไม่หยิบยกประเด็นนั้น ๆ ขึ้นวินิจฉัย เป็นการถูกต้องแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1599 ทายาทย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์มรดก ตั้งแต่เจ้ามรดกตาย แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนสิทธินั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 12+ก็ตามโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าโกดังพิพาทจากเจ้ามรดก ต่อมาเจ้ามรดกสวรรคต โจทก์ทั้งสองได้รับมรดกตามพินัยกรรม และให้จำเลยเช่าโกดังต่อไปโดยไม่มีหนังสือสัญญาเช่าเวลานี้โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าโกดังต่อไปจึงได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลย จำเลยได้รับทราบแล้ว แต่ไม่ออกไปจากที่เช่าจึงขอให้ศาลข