ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1707 - 1708/2506

ประเด็นกฎหมาย

กฎหมายที่มุ่งคุ้มครองสาธารณชนมีผลบังคับเหนือกว่ากฎหมายที่มุ่งคุ้มครองเอกชน

หลักกฎหมาย

กฎหมายที่มุ่งคุ้มครองสาธารณชนมีผลบังคับเหนือกว่ากฎหมายที่มุ่งคุ้มครองเอกชน ดังนั้นจำเลยไม่อาจอ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันเพื่อคงอยู่ต่อไปได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย จำเลยไม่ได้รับยกเว้นและไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเช่าที่ดินกรมชลประทานปลูกเรือนอยู่อาศัยและค้าขายในเขตชานคลองระพีพัฒน์ก่อนมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2497 ซึ่งห้ามปลูกสร้างรุกล้ำทางน้ำชลประทาน ต่อมาโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าและให้รื้อถอน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1707 - 1708/2506กรมชลประทาน โดย ม.ล.ชูชาติ กำภู อธิบดี ฯโจทก์นายซิวเม้ง แซ่ริ้วจำเลยฯลฯโจทก์นายเง็งฮ้อ แซ่ลิ้มจำเลย พ.ร.บ.การชลประทานหลวง พ.ศ.2485 พ.ร.บ.การชลประทานหลวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2497 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง ฯ มีวัตถุประสงค์จะคุ้มครองสาธารณสมบัติของแผ่นดินอันเป็นกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองสาธารณชนส่วนพระราชบัญญัติควบุคมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯ เป็นกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองสาธารณชนจึงมีผลบังคับเหนือกว่ากฎหมายที่คุ้มครองเอกชน การที่พระราชบัญญัติการชลประทานหลวงบัญญัติห้ามปลูกสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดรุกล้ำคันคลอง ชานคลองนั้น แม้จำเลยจะเช่าที่ดินกรมชลประทานปลูกเรือนอยู่อาศัยมาก่อนก็ตามก็ย่อมไม่ได้รับยกเว้นที่จะคงอยู่ต่อไป และไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯ ด้วยคดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันมา โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ปลูกโรงเรือนเพื่ออยู่อาศัยและค้าขายในเขตชานคลองระพีพัฒน์ อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยเช่าที่ดินจากโจทก์เป็นปี ๆ สัญญาเช่าสิ้นสุดเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๕ โจทก์บอกเลิกการเช่า จำเลยฝ่าฝืน จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างออกไป และไม่ให้เข้าเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์อ้างในฟ้องไม่ตรงกับบทบัญญัติพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง ๆ ห้องที่จำเลยใช้อยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.๒๕๐๔ พิพากษาให้จำเลยรื้อห้องที่ประกอบการค้า ออกไปพ้นที่ดินโจกท์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยรื้อโรงเรือนที่ปลูกสร้างที่จำเลยใช้เป็นที่