ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1728/2494

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องที่มิได้ระบุชื่อผู้ถูกจ้างวานให้ตัดไม้ แต่บรรยายการกระทำพอให้เข้าใจข้อหาได้ เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) และที่ดินที่ตัดไม้เป็นป่า

หลักกฎหมาย

ฟ้องไม่จำเป็นต้องระบุชื่อผู้ถูกจ้างวาน หากได้บรรยายการกระทำและรายละเอียดพอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 11, 73, 74 จำคุกคนละ 1 เดือน ปรับคนละ 300 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันใช้อุบายจ้างวานผู้อื่นให้ตัดฟันไม้สักในป่า 60 ต้น โดยมิได้รับอนุญาต แต่ฟ้องมิได้ระบุชื่อผู้ถูกจ้างวาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1728/2494อัยการเชียงใหม่โจทก์นายมูล ทนุโวหาร ที่ 1, นายสงวน ขาวผ่อง ที่ 2จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 63, ม. 64 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ฟ้องบรรยายว่าจำเลยสมคบกันใช้อุบายจ้างวานให้ผู้อื่นตัดฟันไม้สักในป่าโดยมิได้รับอนุญาต มิได้ระบุชื่อผู้ที่จำเลยจ้างงานก็ดี เมื่อฟ้องมีข้อความบรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดและรายละเอียดต่าง ๆ พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีเพียงพอกับความประสงค์ ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 (5) และจำเลยก็เข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ก็ย่อมเป็นฟ้องที่สมบูรณ์โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยบังอาจสมคบกันใช้อุบายจ้างวานผู้อื่นให้ตัดฟันไม้สักในป่า ๖๐ ต้น โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยตัดไม้สักในที่ดินที่จำเลยที่ ๑ มีสิทธิครอบครอง จึงไม่ใช่ป่า ทั้งฟ้องโจทก์ก็ไม่กล่าวว่าจำเลยใช้อุบายจ้างวานใคร ให้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ไม่มีทางจะลงโทษจำเลยได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ๒๔๘๔ มาตรา ๑๑,๗๓,๗๔ จำคุกคนละ ๑ เดือน ปรับคนละ ๓๐๐ บาท ฯลฯ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ฟ้องของโจทก์จะไม่ระบุตัวบุคคลที่กล่าวว่าจำเลยจ้างวานให้ตัดฟันไม้รายนี้ ก็ดีแต่ฟ้องก็ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิดและรายละเอียดต่าง ๆ พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี เพียงพอกับความประสงค์ตามบทบัญญัติป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘ (๕) แล้ว จำเลยก็เข้าใจข้อหาได้ดี จึงได้ให้การแก้และดำเนินคดีในศาลชั้นต้นตลอดมาโดยมิได้หยิบยกความข้อนี้ ขึ้นคัดค้านประการใด ส่วนที่ดินที่ตัดฟันไม้ ฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นที่ป่าจึงพิพากษายืน(นิติธรรมประกรณ์-ธรรมบัณฑิต