อำนาจฟ้องเมื่อไม่มีการโต้แย้งสิทธิ
แม้โจทก์จะเป็นคนสัญชาติไทย แต่เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ก็ยังไม่มีอำนาจฟ้องร้องขอให้บังคับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังคับให้ชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว แต่ศาลฎีกาไม่เชื่อว่าจำเลยได้บังคับหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1859/2506นายก๊กต้ง โส่เซ่งโจทก์นายทะเบียนคนต่างด้าวสถานีตำรวจภูธรจังหวัดระนองโดยร้อยตำรวจเอกชิตรัตนกูล ผู้บังคับกองจำเลย พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2495 ป.วิ.พ. ม. 55ฟ้องผู้บังคับกองตำรวจภูธร ในฐานะนายทะเบียนคนต่างด้าว อ้างว่าจำเลยบังคับให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ขอให้แสดงว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติไทย ใบสำคัญเป็นโมฆะ ให้ห้ามจำเลยอย่าให้บังคับให้ต่ออายุเช่นนี้ แม้โจทก์จะเป็นคนไทย แต่เมื่อทางพิจารณาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้บังคับโจทก์ให้ชำระค่าธรรมเนียมต่อายุหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่ประการใด โจทก์ก็ยังไม่มีอำนาจฟ้องร้องขอให้บังคับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และบิดาโจทก์เป็นคนสัญชาติไทยตามกฎหมาย เมื่อพ.ศ. ๒๔๘๐ บิดาโจทก์ได้ขอจดทะเบียนต่างด้าวให้โจทก์โดยการหลงผิด เจ้าพนักงานได้ออกใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้โจทก์ยึดถือไว้ ต่อมา พ.ศ.๒๕๐๕ จำเลยซึ่งเป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวสถานีตำรวจภูธรจังหวัดระนองได้บังคับให้โจทก์นำเงินไปชำระค่าธรรมเนียมต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวให้เสร็จภายในกำหนด ถ้าไม่ชำระจะต้องถูกจับกุมดำเนินคดีอาญา อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์เป็นคนสัญชาติไทยและใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวดังกล่าวเป็นโมฆะ และขอให้ห้ามจำเลยอย่าให้บังคับโจทก์ให้เสียค่าธรรมเนียมต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวอีกต่อไป จำเลยให้การว่า โจทก์และบิดามารดาเป็นคนสัญชาติจีน โจทก์ขอรับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวด้วยความสมัครใจของโจทก์เอง และขอต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตลอดมา ๒๐ ปี เศษแล้ว จำเลยไม่ได้แจ้งให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมต่ออ