ความหมายของคำว่า "เวลา" ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) และความเคลือบคลุมของคำฟ้องที่ไม่ระบุเวลากลางวันหรือกลางคืน รวมถึงหน้าที่ในการแจ้งปริมาณข้าวที่อยู่ในค
คำว่า "เวลา" ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) หมายความถึงวันเดือนปีด้วย ไม่หมายเฉพาะเวลากลางวันหรือกลางคืน คำฟ้องที่ไม่กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนจะเคลือบคลุมหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปว่าฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีหรือไม่ และผู้ครอบครองข้าวต้องแจ้งปริมาณข้าวทั้งหมดที่อยู่ในความ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ปรับ 100 บาท และริบข้าวเปลือกของกลาง
จำเลยเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองข้าวเปลือกเจ้ารวม 10 เกวียน ได้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า จำเลยมีข้าวเปลือกอยู่เพียง 5 เกวียน โดยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ โดยอ้างว่าข้าวอีก 3 เกวียนเป็นค่าเช่านาที่ต้องให้แก่เจ้าของนาฝากไว้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 512/2493อัยการ กรมอัยการโจทก์นายหลิ่ม ที่ 1 นายฉิม ที่ 2จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5) พ.ร.บ.การค้าข้าว พ.ศ.2489 ม. 20 พ.ร.บ.การค้าข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 พ.ร.บ.การค้าข้าว พ.ศ.2489 ม. 21คำว่า เวลาตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158(5) นั้นหมายความถึงวันเดือนปีด้วย ไม่หมายเฉพาะเวลากลางวันหรือกลางคืน คำฟ้องที่ไม่กล่าวถึงเวลากลางวันหรือกลางคืนนั้น จะเคลือบคลุมหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปว่า ฟ้องนั้นกล่าวถึงเวลาพอให้เข้าใจข้อหาได้หรือไม่ ประกาศที่ให้ผู้ครอบคอรงข้าวแต่จำนวนเท่านั้นเกวียนแจ้งปริมาณสถานที่เก็บนั้น ผู้ที่ครอบครองข้าวของผู้อื่นอยู่ด้วยก็ต้องแจ้งปริมาณตามจำนวนที่ครอบครองทั้งหมด จะแก้ตัวว่าแจ้งเฉพาะของตนนั้น ไม่พ้นผิดฐานแจ้งปริมาณเท็จ และข้าวเปลือกของกลางต้องริบทั้งหมดโจทก์ฟ้องว่า ข้าหลวงประจำจังหวัดซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การค้าข้าวได้ออกประกาศให้ผู้ข้าวเปลือกในครอบครองตั้งแต่ ๕ เกวียนหลวงขึ้นไปต้องแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ภายในวันที่กำหนด จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองข้าวเปลือกจ้าวรวม ๑๐ เกวียน ได้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อพนักงานเจ้าห้าที่ ณที่ว่าการอำเภอบางเขนว่า จำเลยมีข้าวเปลือกอยู่เพียง ๕ เกวียน โดยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จ ชั้นแรกจำเลยปฏิเสธแล้วรับสารภาพ แต่แล้วกลับปฏิเสธอีก โจทก์นำสืบว่าได้ตรวจสอบข้าวมี ๑๐ เกวียน จำเลยนำสืบว่า มี ๘ เกวียน ของจำเลย ๕ เกวียน อีก ๓ เกวียนเป็นค่าเช่านาซึ่งจำเลยจะต้องให้แก่เจ้าของนา ๆ ฝากไว้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คืนข้าวของกลาง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามประกาศให้ผู้มีข้าวอยู่ในความครอบครองเป็นผู้แจ้งปริมาณ มิใช่ถือว่าข้าวเป็นของใครผู้นั้นเป็นผู้แจ้ง และฟ้อง