ปัญหาว่าจำเลยอาศัยหรือเช่าที่ดิน และคำบอกกล่าวให้รื้อถอนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
จำเลยมีหน้าที่ต้องสืบให้สมว่าตนเช่า เมื่อจำเลยไม่สืบ ก็ต้องฟังว่าอาศัย และเมื่อจำเลยให้การเพียงว่าได้ทราบคำบอกกล่าวแต่ไม่ชี้แจงว่าไม่ชอบอย่างไร ก็ไม่มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์ชนะคดี ขับไล่จำเลย
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยอาศัย จำเลยต่อสู้ว่าเช่าและได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ แต่จำเลยไม่สืบพยาน และให้การเพียงว่าได้ทราบคำบอกกล่าวแต่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่ระบุว่าไม่ชอบอย่างไร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1919/2494นายบุญมา เกศแก้วโจทก์นายจรัญ อิ่มอารมย์ที่ 1 นางแจ่ม อิ่มอารมย์ ที่ 2จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84, ม. 142, ม. 177 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์โดยอ้างว่าจำเลยอาศัยและได้บอกกล่าวจำเลยให้รื้อถอนไปแล้ว จำเลยต่อสู้ว่า เช่าที่ดินของโจทก์ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ และว่าคำบอกกล่าวให้รื้อถอนไปไม่ชอบด้วยกฎหมายดังนี้ แสดงว่าจำเลยได้ทราบคำบอกกล่าวของโจทก์แล้ว หากแต่ต่อสู้ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ชอบอย่างไรก็ไม่ได้กล่าวให้ชัดแจ้ง จึงไม่มีประเด็นที่จะวินิจฉัยและจำเลยมีหน้าที่ต้องสืบให้สมว่าตนเช่า เมื่อจำเลยไม่สืบก็ต้องฟังว่าอาศัย โจทก์ย่อมมีสิทธิตาม ก.ม.ที่จะฟ้องขับไล่จำเลยได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๒ ซึ่งเป็นบุตรเขยบุตรสาวโจทก์ได้ขออาศัยที่ดินของโจทก์ ปลูกเรือนเพื่ออยู่และทำการค้า เนื่องจากจำเลยไม่เคารพโจทก์ ๆ ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอาศัยอยู่ต่อไป จึงได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างของจำเลย ออกไปให้พ้นที่ดินของโจทก์ภายใน ๓๐ วัน จำเลยก็เพิกเฉยเสีย จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่าได้ให้ค่าเช่าแก่โจทก์เป็นรายปี ย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ และคำบอกกล่าวให้รื้อถอนไปนั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จำเลยต่างแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ขอให้ศาลพิพากษาคดีตามรูปความ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีนี้โจทก์ว่าจำเลยอาศัยจำเลยต่อสู้ว่าเช่าโจทก์ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องสืบให้สม เมื่อจำเลยไม่สืบ ก็ต้องฟังอาศัย จึงพิพากษาขับไล่จำเลย ฯลฯ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในเรื่องบอกกล่าวนี้ โจทก์