ฟ้องข้าหลวงประจำจังหวัดที่พ้นจากตำแหน่งแล้ว ขอให้ศาลสั่งเรียกประชุมสมาชิกเทศบาล เป็นฟ้องที่ไร้ผลเพราะไม่อาจบังคับได้
แม้ฟ้องจะรับวินิจฉัยได้ แต่หากไม่อาจบังคับตามคำขอได้เพราะจำเลยพ้นจากตำแหน่ง ฟ้องนั้นย่อมไร้ผล
พิพากษาให้ยกฎีกา
โจทก์เป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอุบล ฟ้องนายชอบ ชัยประภาในฐานะข้าหลวงประจำจังหวัดอุบล ขอให้ศาลสั่งให้จำเลยเรียกประชุมสมาชิกเทศบาลตาม พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2486 มาตรา 33 แต่ปรากฏว่านายชอบ ชัยประภาได้ย้ายไปเป็นข้าหลวงประจำจังหวัดอื่นแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1810/2494นายผดุง โกศัลวิตร์,นายพิเชียร ศรีสมบูรณ์,นายเปรย โทนะสุต,นายผินพุทธวงศ์,นายบวร โทนะสุต,นายพิน สอาดรัตน์,นายโกศลโกศัลวิตร์,นายสุนทรปรัสสพันธ์,นายวสันต์ วีสเพ็ญโจทก์นายชอบ ชัยประภาจำเลย ป.พ.พ. ม. 73 เทศบัญญัติของเทศบาลนครกรุงเทพ เรื่อง การจัดเก็บภาษีอากร และค่าธรรมเนียมบางประเภท (ฉบับที่ 2) ป.วิ.พ. ม. 55สมาชิกเทศบาลฟ้องข้าหลวงประจำจังหวัด นั้นโดยระบุชื่อข้าหลวงประจำจังหวัดในฐานะข้าหลวงประจำจังหวัดนั้นเป็นจำเลยขอให้ศาลสั่งให้จำเลยเรียกประชุมสมาชิกเทศบาลตาม พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.2486 มาตรา 33 เมื่อปรากฎว่าข้าหลวงประจำจังหวัดผู้นั้นย้ายไปจังหวัดอื่นเสียแล้วแม้ฟ้องดังกล่าวศาลจะรับวินิจฉัยได้ ก็ไม่มีทางที่จะบังคับให้ข้าหลวงประจำจังหวัดผู้นั้นจัดให้มีการประชุมตามคำขอของโจทก์ได้ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นอันไร้ผลโจทก์ฟ้อง พวกโจทก์เป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอุบลได้ทำหนังสือร้องต่อจำเลยกล่าวหาว่าคณะเทศมนตรีเมืองอุบลได้ปฏิบัติฝ่าฝินต่อความสวัสดิภาพของประชาชนหลายประการ จึงขอให้จำเลยจัดให้มีการประชุมสมาชิก เพื่อให้มีการอภิปรายเกี่ยวกับคำร้องนั้น สมควรจะส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ แต่จำเลยเพิกเฉย จึงขอใ้ห้ศาลสั่งให้จำเลยเรียกประชุมสมาชิกเทศบาลตาม พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ.๒๔๘๖ พ.ศ.๒๔๘๖ มาตรา ๓๓ เป็นการด่วน ศาลชั้นต้นไม่ประทับฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้โจทก์ฟ้องนายชอบ ชัยประภาในฐานะข้าหลวงประจำจังหวัดอุบล ขอให้เรียกประชุมสมาชิกเทศบาลเมืองอุบล ตามมาตรา ๓๓ แห่ง พ.ร.บ.เทศบาล แต่ปรากฎว่า นายชอบ ชัยประภามิได้เป็นข้าหลวงประจำจังหวัดอุบลเพราะได้ย้ายไปจังหวัดอื่นเสียแล้ว แม้ฟ้องโจทก์จะรับวินิจฉัยได้ ก็ไม่ม