ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1982/2494

ประเด็นกฎหมาย

การร้องทุกข์ของผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์โดยไม่ต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรมลงลายมือชื่อด้วยนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

กฎหมายมิได้บัญญัติให้ต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรมลงลายมือชื่อในการร้องทุกข์ของผู้เยาว์ ดังนั้น ผู้เยาว์อายุ 18 ปี ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยไม่ต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรมลงลายมือชื่อก็ใช้ได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ที่ว่าการร้องทุกข์น่าจะต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรมลงลายมือชื่อด้วย เพราะกฎหมายมิได้บัญญัติไว้ จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดียืนตามศาลชั้นต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานข่มขืนกระทำชำเราและฉุดคร่าพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์อายุ 18 ปี ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยลำพัง โดยไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรมลงลายมือชื่อ จำเลยให้การปฏิเสธและมิได้คัดค้านเรื่องการร้องทุกข์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1982/2494พนักงานอัยการจังหวัดสิงหบุรีโจทก์นายฉลอม บัวแก้ว ที่ 1 นายเตือน แปร้จาด ที่ 2จำเลย ป.วิ.อ. ม. 2 (4), , ม. 121, ม. 123โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่ากระทำผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 243 ได้กล่าวยืนยันมาด้วยว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานเอาคดีขึ้นว่า กล่าวแล้ว จำเลยมิได้คัดค้านประการใด คงให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำผิดตามฟ้องเท่านั้น ดังนี้ ปัญหาข้อที่ว่า การร้องทุกข์ถูกต้องตามแบบระเบียบหรือไม่ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น ไม่มีประเด็นที่คู่ความยกขึ้น กล่าวเลย ศาลจึงไม่จำต้องวินิจฉัยถึง ผู้เยาว์อายุ 18 ปี ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยไม่ต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรม ลงลายมือชื่อในการร้องทุกข์ด้วย ก็ใช้ได้ (อ้างฎีกาที่ 214/2494)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉุดคร่าห์ พาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารตามมาตรา ๒๗๖ มีกำหนดคนละ ๑ ปี และจำคุกนายฉลอมจำเลยฐานข่มขืนกระทำชำเราตามมาตรา ๒๔๓ อีกกะทงหนึ่ง มีกำหนด ๒ ปี รวมโทษนายฉลอมจำเลยมีกำหนด ๓ ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์จะร้องทุกข์ตามลำพังตนเองนั้น ถือว่ายังไม่ถูกต้อง จึงพิพากษาแก้ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ที่ให้ลงโทษนายฉลอมจำเลยตามมาตรา ๒๔๓ นั้นเสีย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ฟ้องของโจทก์กล่าวยืนยันว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานเอาคดีขึ้นว่ากล่าวแล้ว จำเลยมิได้คัดค้าน ผู้เสียหายก็มาเบิกความเป็นพยานกรณีไม่มีเหตุควรสงสัยว่าไม่มีการร้องทุกข์ ส่วนปัญหาการร้องทุกข์ถูกต้องตามแบบระเบียบหรือไม่ อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น ก็ไม่มีประเด็นที่คู่ความยกขึ้นกล่าวเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่กล่าวว่า การร้องทุกข์น่าจะต้องให้ผู