ในคดีที่ฟ้องหาว่าจำเลยนำของออกนอกราชอาณาจักรไทย เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง หากผู้กระ
ตามพระราชบัญญัติศุลกากรหาได้บังคับว่าจะต้องมีการเปรียบเทียบทุกเรื่องทุกรายการไม่ เป็นแต่ให้อำนาจอธิบดีพิจารณาเมื่อผู้ขอปฏิบัติตามกฎหมายเซ็นยินยอมใช้ค่าปรับ เมื่ออธิบดีเห็นสมควรจะงดการฟ้องร้องเสียมิได้ แต่ถ้าอธิบดีเห็นสมควรจะฟ้องในกรณีที่มีผู้ขอปฏิบัติการตามกฎหมาย จึงให้อธิบดีบันทึกความเห็น หาได้บังค
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยพยายามนำกางเกงขาสั้น 3 ตัว เสื้อยืด 7 ตัว อันเป็นเครื่องนุ่งห่ม ออกไปนอกราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้าในราชการอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง 2482 มาตรา 3, 89 และ (ฉบับที่ 3) 2490 มาตรา 3 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องโดยเห็นว่าฟ้องขาดข้อเท็จ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2493พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอดโจทก์นายสุภตี (นางสกุลไม่ปรากฏ)จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ป.วิ.อ. ม. 158ในคดีที่ฟ้องหาว่า จำลเยนำของออกนาอกราชอาณาจักรไทย เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่างนั้นถ้าผู้กระทำผิดไม่ขอปฏิบัติตาม พ.ร.บศุลกากรเรื่องเปรียบเทียบแล้ว ก็ไม่จำเป็นเปรียบเทียบ และในกรณีเช่นนี้ อัยการมีอำนาจฟ้องคดีได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการเปรียบเทียบก่นอ ทั้งในฟ้องก็ไม่จำเป็นต้องบรรยายว่า ได้มีการเปรียบเทียบผู้กระทำผิดนั้นแล้วหรือไม่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพยายามนำกางเกงขาสั้น ๓ ตัว เสื้อยืด ๗ ตัว อันเป็นเครื่องนุ่งห่ม ออกไปนอกราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้าในราชการอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง ๒๔๘๒ มาตรา ๓,๘๙ และ (ฉบับที่ ๓) ๒๔๙๐ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องโดยว่า ฟ้องขาดข้อเท็จจริงตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๕๘ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่ง ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องไว้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีชนะนี้จะต้องมีการเปรียบเทียบโดยเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ศุลกากรก่อน พนักงานอัยการจึงจะฟ้องร้องได้ ตามฟ้องไม่ได้กล่าวว่าได้ปฏิบัติการตามที่ ก.ม.บังคับไว้ จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาให้สิ้นกระแสความ แล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ศุลกากรหาได้บังคับว่าจะต้องมีการเปรียบเทียบทุกเรื่องทุกรายการดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไม่ เป็นแต่ให้อำนาจอธิบดีพิจารณาตามที่เห็นสมควรเมื่อผู้ขอปฏิบั