ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4730/2543

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4730/2543ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด ( มหาชน)โจทก์นายไพฑูรย์ ศุภนครจำเลย ป.พ.พ. ม. 5, ม. 11, ม. 171, ม. 856, ม. 859แม้สัญญาบัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์จำเลยจะไม่มีกำหนดเวลา แต่สัญญาบัญชีเดินสะพัดเป็นเอกเทศสัญญามีลักษณะเฉพาะโดยสัญญาจะคงสภาพอยู่ต่อไปได้ก็จะต้องมีการสะพัดทางบัญชีอย่างต่อเนื่องและภายในระยะเวลาอันสมควร เมื่อจำเลยเดินสะพัดทางบัญชีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2531 แล้วไม่มีการเดินสะพัดทางบัญชีอีกเลยเป็นระยะเวลานานถึง 9 ปีเศษ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาเลิกสัญญากับโจทก์โดยปริยายแล้ว โจทก์เป็นสถาบันการเงินมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราบัญชีของลูกค้าอยู่ตลอดว่ามีการเคลื่อนไหวอย่างไร เมื่อปรากฏว่าจำเลยซึ่งเป็นลูกค้าโจทก์ไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชีโจทก์ย่อมจะต้องทวงถามหรืออาจบอกเลิกสัญญา ภายในเวลาอันสมควร มิใช่ถือโอกาสใช้สิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นเอาแก่จำเลยในระยะเวลายาวนานเกินสมควรเช่นนี้ ถือได้ว่าการใช้สิทธิของโจทก์มิได้กระทำโดยสุจริต เมื่อมีข้อสงสัยก็ต้องตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายที่ต้องเสียหายในมูลหนี้ โดยถือว่าสัญญาเลิกกันตั้งแต่วันที่จำเลยมีเจตนาเลิกสัญญากับโจทก์โดยปริยายคือวันที่จำเลยเดินสะพัดทางบัญชีครั้งสุดท้าย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 11/2543)โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๒๖ จำเลยเปิดบัญชีเดินสะพัดกับโจกท์และได้เดินสะพัดทางบัญชีนำเงินเข้าหักทอนบัญชีกับโจทก์เรื่อยมา โดยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๓๑ จำเลยนำเงินมาเข้าบัญชีจำนวน ๑,๐๙๔.๙๑ บาท ซึ่งรายการในบัญชีแสดงจำเลยเป็นหนี้โจทก์ ๒๘,๘๖๗.๙๒ บาท แล้วมิได้นำเงินมาเข้าหักทอนบัญชีกับโจทก์อีก โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้ภายใน ๑๕ วั