ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3555/2542นาง เพิ่มพูน สินธุวงษ์โจทก์นาย ธรรมรัตน์ ติยวรากุล กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1613, ม. 175ข้อความในหนังสือสละมรดกที่ ถ. และโจทก์ยอมสละสิทธิในที่ดินพิพาทโดยมีเงื่อนไขว่าต้องสร้างอนุสรณ์สำหรับฝังอัฐิ ฮ. ในที่ดินพิพาทเนื้อที่ 2 ไร่และเจาะจงให้ที่ดินที่เหลือตกแก่ ส.และจำเลยที่1โดยเฉพาะนั้นไม่ใช่การสละมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1612 และ 1613 เพราะการสละมรดกจะทำแต่เพียงบางส่วนหรือทำโดยมีเงื่อนไขหรือเจตนาให้มรดกนั้นตกได้แก่ทายาทคนใดคนหนึ่งไม่ได้ แต่หลังจาก ฮ. ตายแล้วทายาทของ ฮ. ได้เจรจาตกลงกันโดยทำบันทึกข้อตกลงว่าที่ดินของ ฮ. 2 แปลง ถ. มารดาโจทก์ตกลงเอาไว้เป็นของตนก็เพื่อเป็นหลักฐานว่า ถ. และโจทก์สละสิทธิในที่ดินพิพาท จึงมีลักษณะเป็นการแบ่งปันทรัพย์มรดกโดยสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 และ 1750 โจทก์จึงฟ้องขอให้แบ่งที่ดินพิพาทให้แก่ตนไม่ได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 บุตรนายทังไล้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกของนายฮะฮี้กับนายทังไล้ตามคำสั่งศาล โจทก์เป็นทายาทของนายฮะฮี้มีสิทธิได้รับมรดกที่ดินแปลงดังกล่าวกึ่งหนึ่ง แต่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกับจำเลยที่ 2 จดทะเบียนโอนทรัพย์มรดกข้างต้นไปเป็นของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบ ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินเลขที่ 6458 ตำบลบางช้าง (คลองแบ่ง) อำเภอพนัสนิคม (พนัศ) จังหวัดชลบุรีเป็นจำนวนเนื้อที่ 12 ไร่ 32 ตารางวา และให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิรับมรดกที่ดินพิพาทเนื่องจากหลังจากนายฮะฮี