หนี้ภาษีเงินได้นิติบุคคล เงินเพิ่ม และเงินเพิ่มใหม่ที่ลูกหนี้ค้างชำระเป็นภาษีอากรค้างตาม ป.รัษฎากร มาตรา 12 วรรคแรกหรือไม่ และการที่เจ้าหนี้นำเงินฝากใ
หนี้ภาษีเงินได้นิติบุคคล เงินเพิ่ม และเงินเพิ่มใหม่ที่ลูกหนี้ค้างชำระเป็นภาษีอากรค้างตาม ป.รัษฎากร มาตรา 12 วรรคแรก การที่เจ้าหนี้นำเงินฝากในธนาคารของลูกหนี้ไปหักชำระหนี้ภาษีดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อให้ได้รับชำระภาษีอากรค้างตามมาตรา 12 วรรคสอง ไม่ขัดต่อ ป.รัษฎากร และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.65/2539 ข้อ
หนี้ภาษีเงินได้นิติบุคคล เงินเพิ่ม และเงินเพิ่มใหม่ที่ลูกหนี้ค้างชำระเป็นภาษีอากรค้างตาม ป.รัษฎากร มาตรา 12 วรรคแรก และการที่เจ้าหนี้นำเงินฝากในธนาคารของลูกหนี้ไปหักชำระหนี้ภาษีดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อให้ได้รับชำระภาษีอากรค้างตามมาตรา 12 วรรคสอง ไม่ขัดต่อ ป.รัษฎากร และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.65/2539 ข้อ 1 (3) ไม่มีผลบังคับแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
ลูกหนี้ค้างชำระหนี้ภาษีเงินได้นิติบุคคล เงินเพิ่ม และเงินเพิ่มใหม่ เจ้าหนี้นำเงินฝากในธนาคารของลูกหนี้ซึ่งเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ไปหักออกจากหนี้ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5551/2541กรมสรรพากรโจทก์กรมสรรพากรเจ้าหนี้บริษัทสหมิตรร่วมกิจพืชผล จำกัดจำเลย ป.รัษฎากร ม. 12, ม. 27, ม. 27 ทวิ, ม. 71 (1) ป.พ.พ. ม. 328, ม. 329 คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 65/2539 หนี้ภาษีเงินได้นิติบุคคล เงินเพิ่ม และเงินเพิ่มใหม่ที่ลูกหนี้ค้างชำระนั้น ต่างก็เป็นภาษีอากรค้างตามความหมายของ ป.รัษฎากร มาตรา 12 วรรคแรกและการที่เจ้าหนี้นำเงินฝากในธนาคารเจ้าหนี้อันเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ ไปหักออกจากหนี้ภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็เป็นการกระทำเพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับชำระภาษีอากรค้างตามมาตรา 12 วรรคสอง นั่นเอง หาใช่เป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากร การชำระภาษีและเงินเพิ่มต้องมีการเฉลี่ยตามสัดส่วนของจำนวนภาษีและเงินเพิ่มตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.65/2539 เรื่องการชำระภาษี เงินเพิ่มและหรือเบี้ยปรับบางส่วน ข้อ 1 (3) นั้น คำสั่งดังกล่าวมิใช่กฎหมายที่ใช้บังคับแก่บุคคลทั่วไป เป็นเพียงคำสั่งภายในของกรมสรรพากรเจ้าหนี้แจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในกรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีมาชำระหนี้ เงินเพิ่มและหรือเบี้ยปรับตาม ป.รัษฎากรบางส่วนมิได้ชำระให้ครบถ้วนตามแบบแจ้งการประเมินภาษีเท่านั้น ดังนั้น จึงไม่อาจใช้บังคับแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้ต้องดำเนินการตาม(ศิริชัย สวัสดิ์มงคล-สมชัย สายเชื้อ-พิชัย เตโชพิทยากูล)ศาลแพ่ง - นายทวีป ตันสวัสดิ์ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา บุญชูแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ