ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6556/2541

ประเด็นกฎหมาย

การริบของกลางวีดีโอเทปและเทปเพลงที่ไม่มีฉลากตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) และการวินิจฉัยในส่วนที่โจทก์มิได้ขอมาในฟ้อง

หลักกฎหมาย

ของกลางที่เป็นสินค้าควบคุมฉลาก ความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 52 เกิดจากการไม่มีฉลาก มิใช่เกิดจากตัวสินค้าโดยตรง ของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) และการที่โจทก์ขอให้ริบของกลางในความผิดตามพระราชบัญ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยในส่วนที่โจทก์ขอให้ริบของกลางตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 เพราะเป็นเรื่องนอกเหนือคำขอท้ายฟ้อง และวินิจฉัยว่าของกลางไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดอันจะพึงริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) และแก้ไขโทษปรับให้ถูกต้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ของกลางเป็นวีดีโอเทปที่ไม่มีฉลาก 323 ม้วน และเทปเพลงที่ไม่มีฉลาก 629 ม้วน ซึ่งเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 58 (พ.ศ.2536) โจทก์ขอให้ริบของกลางเฉพาะในความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 เท่านั้น มิได้ขอให้ริบในความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6556/2541พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายวรวิทย์ รวมทรัพย์นุกูลจำเลย ป.อ. ม. 32 ป.วิ.อ. ม. 192 วรรคหนึ่ง, ม. 195 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม. 52 วรรคสอง พ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ม. 4, ม. 11, ม. 36 ประกาศคณะกรรมการ ว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 58 (พ.ศ.2536) ป.อ. ม. 33 (1)ของกลางอันได้แก่วีดีโอเทปที่ไม่มีฉลาก จำนวน 323 ม้วน และเทปเพลงที่ไม่มีฉลากจำนวน 629 ม้วน ที่โจทก์ขอให้ริบนั้น ล้วนแต่เป็นจำพวกที่ไม่มีฉลาก อันต้องด้วยความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งในขณะเดียวกันเฉพาะวีดีโอเทปที่ไม่มีฉลากนั้นยังเป็นทรัพย์สินที่มิได้มีการแสดงตรา หมายเลขรหัส อันต้องด้วยความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530อีกด้วย ฉะนั้น การที่โจทก์ขอให้สั่งริบของกลางทั้งสองจำพวกที่ไม่มีฉลาก โดยมิได้ขอให้สั่งริบวีดีโอเทปที่มิได้แสดงตรา หมายเลขรหัสด้วย ย่อมแสดงว่าโจทก์มีเจตนาขอให้สั่งริบของกลางในส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522เท่านั้น คดีนี้เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2539 จึงต้องนำบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ฉบับเดิมมาใช้บังคับ ซึ่งมิได้บัญญัติเกี่ยวกับการริบของกลางไว้ กรณีจึงต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.อ.มาตรา 33 ดังที่โจทก์ขอมา แต่โดยที่ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 58 (พ.ศ.2536) ลงวันที่ 14พฤษภาคม 2536 กำหนดให้ของกลางทั้งสองจำพวกเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ประกอบกับบทกำหนดโทษตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 บัญญัติให้ลงโทษผู้ขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลาก ย่อมแสดงให้เห็นว่า กรณีจะเกิดเป็นความผิดตามมาตรา 52 ได้นั้น ก็เพราะเหตุที่