ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 909/2529

ประเด็นกฎหมาย

การวินิจฉัยว่าทรัพย์สินเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยขึ้นโดยผิดปกติตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ พ.ศ. 2518 และอำนาจศาลในการตรวจสอบคำวินิ

หลักกฎหมาย

ศาลมีอำนาจตรวจสอบคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ป. ว่าทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยขึ้นโดยผิดปกติหรือไม่ โดยศาลไม่จำต้องผูกพันตามมติของคณะกรรมการฯ และภาระพิสูจน์เบื้องต้นว่าทรัพย์สินเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยขึ้นโดยผิดปกติตกแก่พนักงานอัยการผู้ร้อง หากฟังไม่ได้ว่าทรัพย์สินเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยขึ้นโดยผิ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง เนื่องจากข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าหุ้นที่ผู้คัดค้านได้รับโอนเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยขึ้นโดยผิดปกติ ศาลจึงไม่อาจสั่งให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านเป็นของแผ่นดิน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้คัดค้านเป็นข้าราชการระดับสูง (ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ) ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ คณะกรรมการ ป.ป.ป. มีมติว่าผู้คัดค้านร่ำรวยผิดปกติ โดยเฉพาะการได้รับโอนหุ้นบริษัทการบินแอร์-สยาม จำนวน 148,000 หุ้น มูลค่าตามทะเบียนหุ้นละ 100 บาท แต่ผู้คัดค้านนำสืบว่าหุ้นไม่มีมูลค่าตามที่จดทะเบียน และผู้ร้องไม่นำส

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 909/2529อัยการ กรมอัยการผู้ร้องนาย บุญ ธรรม ทอง ไข่ มุกต์ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ พ.ศ.2518 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการฯ มาตรา 20 วรรคสาม บัญญัติว่าทรัพย์สินที่คณะกรรมการ ป.ป.ป. วินิจฉัยว่าเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยขึ้นโดยผิดปกตินั้น ให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้วินิจฉัยว่าทรัพย์สินเป็นของแผ่นดิน เห็นได้ว่า หากจะลงโทษทางวินัยคณะกรรมการ ป.ป.ป. จะต้องสอบสวนให้ได้ความว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ร่ำรวยผิดปกติ แต่จะขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินของผู้นั้นเป็นของแผ่นดินได้เฉพาะที่คณะกรรมการ ป.ป.ป. วินิจฉัยว่าเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยขึ้นโดยผิดปกติเท่านั้น หาใช่ว่า เมื่อคณะกรรมการฯลงมติว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดเป็นผู้ร่ำรวยผิดปกติแล้วศาลจะต้องสั่งให้ทรัพย์สินของผู้นั้นเป็นของแผ่นดินไม่การแปลกฎหมายดังนั้นเท่ากับเป็นการห้ามมิให้ศาลตรวจสอบการใช้อำนาจของคณะกรรมการฯอันเป็นองค์กรฝ่ายบริหาร ย่อมไม่เป็นการสอดคล้องกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย และหากฟังไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ร่ำรวยขึ้นโดยผิดปกติแล้วศาลก็ไม่อาจสั่งให้ทรัพย์สินนั้นเป็นของแผ่นดินได้โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นหาต้องพิสูจน์ว่าได้ทรัพย์สินในทางที่ชอบไม่ ทรัพย์สินที่ร่ำรวยขึ้นโดยผิดปกตินั้น หมายถึงทรัพย์สินที่มีจำนวนมากผิดปกติเมื่อคำนึงถึงฐานะและรายได้ของเจ้าหน้าที่ของรัฐเจ้าของทรัพย์สินนั้น ซึ่งอาจได้มาในทางที่ชอบและไม่ชอบหรือทั้งสองอย่างรวมกันศาลจะสั่งให้เป็นของแผ่นดินได้เฉพาะทรัพย์สินที่ได้มาในทางที่ไม่ชอบการสั่งว่าทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์ที่ร่ำรวยขึ้นโดยผิดปกติหรือ