ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1328/2529

ประเด็นกฎหมาย

การขาดงานเพราะเจ็บป่วยโดยไม่มีใบรับรองแพทย์ ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบร้ายแรงหรือขาดงานโดยไม่มีเหตุผลสมควรหรือไม่

หลักกฎหมาย

การที่ลูกจ้างขาดงานเพราะเจ็บป่วย แม้ไม่มีใบรับรองแพทย์ ก็ไม่ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบร้ายแรงหรือขาดงานโดยไม่มีเหตุผลสมควรตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 47(3)(4) และนายจ้างไม่มีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 6,300 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1,260 บาท ค่าจ้างค้างชำระ 420 บาท เงินประกันการเข้าทำงาน 200 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ขาดงาน 3 วันติดต่อกัน (4-7 กันยายน 2528) อ้างว่าเจ็บป่วย ไม่มีใบรับรองแพทย์เพราะไม่มีเงินไปพบแพทย์ ศาลแรงงานกลางรับฟังคำเบิกความของโจทก์ว่าชี้แจงเหตุผลดังกล่าวแล้ว

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1328/2529นาง วรรณิภา โปราณานนท์โจทก์บริษัท จำกัด เจริญ สวัสดิ์ ใย เทียม ยืดจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ปัญหาที่ว่าคำเบิกความของพยานปากใดมีเหตุผลหรือมีน้ำหนักควรเชื่อถือหรือไม่เพียงใด เป็นดุลพินิจในการพิจารณาชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของศาลจำเลยจะอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจดังกล่าวไม่ได้ เพราะเป็นปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 54ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงจากคำเบิกความของโจทก์ ว่าไม่มีใบรับรองแพทย์ เพราะมิได้ไปหาแพทย์เนื่องจากไม่มีเงิน แล้ววินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่โจทก์ขาดงานเป็นเวลา 3 วันติดต่อกันเพราะโจทก์เจ็บป่วยนั้น แม้โจทก์จะไม่มีใบรับรองแพทย์มาแสดง ก็ถือไม่ได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง และถือไม่ได้ว่าเป็นการขาดงานเป็นเวลา 3 วันติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลสมควรตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)(4) ซึ่งจำเลยจะมีสิทธิเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ดังนี้แม้จะเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย เมื่อเลิกจ้าง จำเลยก็ไม่ได้รับยกเว้นที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย6,300 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1,260 บาท ค่าจ้างค้างชำระ 420 บาท เงินประกันการเข้าทำงาน 200 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์เบิกความขาดเหตุผล คำเบิกความของโจทก์ที่ว่าการที่โจทก์มิได้ไปทำงานตามปกติตั้งแต่วันที่ 4