ศาลอุทธรณ์มีอำนาจฟังข้อเท็จจริงใหม่แตกต่างจากศาลชั้นต้นในคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่
ในคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์จะฟังข้อเท็จจริงใหม่แตกต่างจากศาลชั้นต้นได้ต่อเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมาย มิฉะนั้นศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย
ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา
จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่การซื้อขายมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ทำให้เป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์กลับฟังข้อเท็จจริงใหม่ว่าการซื้อขายทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3224/2542นายมานะ อ่างแก้วโจทก์บริษัทยอดเกล้า จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 243 ก (3) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ศาลแขวงวินิจฉัยว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ในการซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์ขายให้แก่จำเลย แต่มิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การซื้อขายตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา 456 โจทก์ไม่อาจฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายได้ พิพากษายกฟ้อง และคดีต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22 ดังนี้ การที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงใหม่ว่าการสั่งจ่ายเช็คพิพาทของจำเลยเป็นการชำระหนี้การซื้อขายที่ดินที่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนผิดไปจากที่ศาลชั้นต้นฟังมา โดยศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงนั้นผิดต่อกฎหมายที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงใหม่ได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 243 (3)(ก) ประกอบกับ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ. 2499 มาตรา 4 จึงเป็นการที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงขัดต่อ ป.วิ.อ.มาตรา194 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงพ.ศ.2499 มาตรา 4 ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมา(ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-ไพโรจน์ คำอ่อน-วิเทพ ศิริพากย์)ศาลแขวงดุสิต - นายวิทยา พรหมประสิทธิ์ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล หวนถนอมแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ