ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2542

ประเด็นกฎหมาย

การมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองในเวลาเดียวกัน เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ และศาลฎีกาจะแก้ไขโทษที่ต่ำกว่าขั้นต่ำได้หรือไม่เมื่อโจทก์ไม่อุท

หลักกฎหมาย

การที่กฎหมายบัญญัติบทความผิดและบทลงโทษไว้คนละมาตรา แสดงเจตนารมณ์ที่จะแยกความผิดออกจากกัน แม้การกระทำจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันและมีเจตนาเดียวกัน ก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป และเมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่อาจแก้ไขโทษที่ต่ำกว่าขั้นต่ำได้ เพราะต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มา

คำวินิจฉัย

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป และศาลฎีกาไม่อาจแก้ไขโทษที่ต่ำกว่าขั้นต่ำได้เพราะต้องห้ามตามกฎหมาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองในเวลาเดียวกัน อาวุธปืนและกระสุนปืนใช้ร่วมกันได้ และเจตนาเป็นประสงค์เดียวกัน แต่ศาลชั้นต้นลงโทษฐานมีกระสุนปืนจำคุก 1 ปี ซึ่งต่ำกว่าขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด (2 ปี) และโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2542นักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานีโจทก์ายสุทธิเดช อุทัยกรณ์จำเลย ป.อ. ม. 91 ป.วิ.อ. ม. 212, ม. 225 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง ส่วนการมีกระสุนปืนที่นายทะเบียนจะอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองไม่ได้ไว้ในครอบครองเป็นความผิดตามมาตรา 55, 78วรรคหนึ่ง การที่กฎหมายบัญญัติบทความผิดและบทลงโทษไว้คนละมาตรา ย่อมเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่ามีความประสงค์จะแยกความผิด 2 ฐานนี้ออกจากกันดังนั้นแม้ว่าจำเลยจะมีอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางดังกล่าวไว้ในครอบครองในเวลาเดียวกัน อาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางใช้ร่วมกันได้ และเจตนาของจำเลยในการมีอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางเป็นการมีไว้เพื่อความประสงค์อันเดียวกันก็ตาม การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ความผิดฐานมีกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ซึ่งตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 78 วรรคหนึ่ง ให้ระวางโทษจำคุกตั้งแต่2 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต แต่ศาลชั้นต้นระวางโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ให้จำคุก1 ปี จึงต่ำกว่าขั้นต่ำที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ เมื่อโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาขอให้ลงโทษให้ถูกต้อง ศาลฎีกาจึงไม่อาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ.มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225(เดิมพัน จรรยามั่น-ทวีชัย เจริญบัณฑิต-ชวลิต ธรรมฤาชุ)ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายวิวุฒิ มณีนิลศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายเกรียงชัย จึงจตุรพิธแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎี