ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4449/2542

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของคำฟ้องและการพิพากษาเกินคำขอในคดีการพนัน

หลักกฎหมาย

แม้ในบันทึกการฟ้องด้วยวาจาจะบรรยายฐานความผิดของจำเลยที่ 1 อย่างย่อ แต่ในเอกสารเดียวกันก็บรรยายเต็มว่าเป็นเจ้าบ้านจัดให้มีการเล่น และศาลชั้นต้นบันทึกใจความแห่งฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน จึงเข้าใจได้ว่าโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ในฐานเป็นผู้จัดให้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยให้รอการลงโทษจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 และคุมความประพฤติไว้ และให้ยกฟ้องในความผิดฐานเป็นผู้ร่วมเล่นการพนันสำหรับจำเลยที่ 1 เนื่องจากเป็นการพิพากษาเกินคำขอ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน โดยในบันทึกการฟ้องด้วยวาจามีการบรรยายฐานความผิดทั้งแบบย่อและแบบเต็ม และศาลชั้นต้นบันทึกใจความแห่งฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4449/2542พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสมุทรปราการโจทก์นางสมรักษ์ สายรัตนะทองคำ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 192, ม. 195 วรรคสอง, ม. 213, ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 แม้ในบันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์จะบรรยายถึงฐานความผิดของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 รับเป็นเจ้าบ้านฯ อันเป็นการใช้คำอย่างย่อโดยละข้อความที่จะตามมาเสีย แต่ในเอกสารฉบับเดียวกันนั่นเองเมื่อกล่าวถึงฐานความผิดของจำเลยที่ 1 ก็บรรยายโดยใช้คำเต็มว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าบ้านจัดให้มีการเล่นและเมื่อศาลชั้นต้นได้บันทึกใจความแห่งฟ้องไว้เป็นหลักฐาน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง มาตรา 19 ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน จึงย่อมเข้าใจได้ว่าโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ในฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 นั่นเองคำฟ้องของโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพ การที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันจึงมิใช่เป็นเรื่องพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวมาในฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษจำเลยที่ 1 ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยังมิได้วินิจฉัยให้ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหานี้ไปเสียทีเดียวโดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์ในการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ไม่ร้ายแรงนัก จึงมีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยที่ 1 และคุมความประพฤติไว้ กรณีเช่นว่านี้เป็นเหตุในลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้อุทธรณ์ฎ