โจทก์ซึ่งมิได้ประกอบธุรกิจเงินทุนมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีหรือไม่
การประกอบธุรกิจเงินทุนตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุนฯ ต้องมีการจัดหาเงินทุนมาเพื่อนำออกให้ผู้อื่นกู้ยืม หากมิได้ประกอบธุรกิจดังกล่าวก็ไม่ต้องได้รับใบอนุญาต และไม่เป็นสถาบันการเงินตาม พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน แต่หากมีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมเงินและเรียกดอกเบี้ยไม่เกินอัตราที่ ป
โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินและเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยได้
โจทก์มิได้ประกอบธุรกิจในการจัดหาเงินทุนมาเพื่อนำออกให้ผู้อื่นกู้ยืม แต่มีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมเงิน และเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4543/2542บริษัท ช.ที.เอ็ม.จันทบุรี จำกัดโจทก์นายประสาน วังศิริไพศาลจำเลย ป.พ.พ. ม. 150, ม. 654 ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2524 ม. 3ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 การประกอบธุรกิจเงินทุนต้องมีการจัดหาเงินทุนมา แต่โจทก์มิได้ประกอบธุรกิจในการจัดหาเงินทุนมาเพื่อนำออกให้ผู้อื่นกู้ยืม จึงไม่เข้าลักษณะการประกอบธุรกิจเงินทุนอันจะต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตาม พ.ร.บ.การประกอบธรุกิจเงินทุนฯ มาตรา8 วรรคหนึ่ง โจทก์มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจเงินทุน จึงมิใช่สถาบันการเงินตาม พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2533 มาตรา 3แต่โจทก์มีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมเงิน และตามหนังสือสัญญากู้เงินฉบับพิพาทโจทก์เรียกดอกเบี้ยจากจำเลยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ไม่เกินอัตราที่กำหนดไว้ในป.พ.พ.มาตรา 654 โจทก์จึงให้จำเลยกู้ยืมเงินและเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยได้(อธิราช มณีภาค-ไพศาล เจริญวุฒิ-พินิจ เพชรรุ่ง)ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายไมตรี ศิริเมธารักษ์ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายประทีป ปิติสันต์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ