ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2539

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานแจ้งความเท็จและเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่

หลักกฎหมาย

การแจ้งความร้องทุกข์เป็นการแจ้งข้อเท็จจริง ไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย แม้พนักงานอัยการจะสั่งไม่ฟ้องก็ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงที่แจ้งกลายเป็นเท็จ นอกจากนี้ การเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาต้องได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนของกรุงเทพมหานคร หากได้รับจากงบประมาณรายจ่ายของการพาณิชย์ย่อมไม่เป็นเจ้าพนั

คำวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามไม่มีความผิดตามฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ไม่ใช่ผู้เช่าแผงค้าแต่ยังวางสินค้าอยู่ จำเลยที่ 2 แจ้งให้ขนย้ายแต่โจทก์ไม่ยอม จำเลยที่ 1 มอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 แจ้งความร้องทุกข์ ข้อความที่แจ้งตรงกับสภาพที่จำเลยที่ 2 พบเห็น ต่อมาพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องโจทก์ จำเลยทั้งสามเป็นพนักงานสำนักงานตลาดที่ได้รับเงินเดือนจากงบประมาณรายจ่ายของการพาณิชย์ ไ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1173/2539นายวุฒิพงษ์ สุขสมานพานิชย์โจทก์นางเปล่งศรี สุขเกษม กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 86, ม. 157, ม. 172, ม. 174 วรรคสอง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ม. 4, ม. 91 ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตลาด กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2527 , ม. 4, ม. 6ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2532 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2532 โจทก์ไม่ใช่ผู้เช่าแผงค้าตลาดมีนบุรีของสำนักงานตลาด กรุงเทพมหานคร แต่โจทก์ยังคงวางสินค้าที่แผงค้าตลาดมีนบุรีที่เคยเช่า และแผงค้าอื่นที่ไม่เคยเช่า รวมทั้งทางเดินในตลาดมีนบุรีด้วย จึงทำให้จำเลยที่ 1 เข้าใจว่าเมื่อการเช่าสิ้นสุดลงแล้ว แต่โจทก์ยังวางสินค้าอยู่ และจำเลยที่ 2 แจ้งให้โจทก์ขนย้ายทรัพย์สินออกไปแล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมโจทก์จึงเป็นผู้บุกรุกและได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ข้อความที่จำเลยที่ 3 ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนตรงกับสภาพที่จำเลยที่ 2 ไปพบเห็นมา จึงเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 3 แจ้งข้อความตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ส่วนการกระทำของโจทก์จะเป็นความผิดต่อกฎหมายตามที่จำเลยที่ 3 แจ้งหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะการแจ้งข้อความย่อมหมายถึงแจ้งข้อเท็จจริง ไม่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย หลังจากจำเลยที่ 3 ได้แจ้งต่อพนักงานสอบสวนแล้ว พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีแก่โจทก์ แม้ต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องโจทก์ก็ยังถือไม่ได้ว่าข้อความที่จำเลยที่ 3 แจ้งนั้นเป็นความเท็จ เมื่อข้อความที่จำเลยที่ 3 ผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 แจ้งนั้นเป็นความจริงจำเลยที่ 1 ที่ 3 จึงไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จ โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 อ้างว่าเป็นผู้พบการกระทำความผิดของโจทก์ในข้อหาบุกรุกและได้