สิทธิเรียกดอกเบี้ยซ้ำซ้อนกับเงินเพิ่มภาษีอากร
เมื่อกฎหมายเฉพาะได้บัญญัติทางแก้สำหรับกรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ภาษีอากรไว้โดยเฉพาะแล้ว เช่น เงินเพิ่มตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 จัตวา และประมวลรัษฎากร มาตรา 89 ทวิ จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องซ้ำอีกไม่ได้
โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยของเงินเพิ่มอากรขาเข้า ของเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่ต้องชำระเพิ่มเติม และของเงินเพิ่มภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลอีก และให้จำเลยชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าจำนวน 49.17 บาทต่อเดือน นับแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไป
จำเลยค้างชำระภาษีอากรและต้องเสียเงินเพิ่มตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 และประมวลรัษฎากร โจทก์ฟ้องเรียกเงินเพิ่มและดอกเบี้ยของเงินเพิ่มและภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4226/2529กรมศุลกากร กับพวกโจทก์นางสาว ศรีนิต เลิศเสาวนิตจำเลย ป.พ.พ. ม. 224 ป.รัษฎากร ม. 89 ทวิ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 กรณีลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระภาษีอากรที่ค้าง ตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ ลูกหนี้จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนอีกตลอดไปจนกว่าจะชำระหนี้ตามประมวลรัษฎากร เงินเพิ่มมิให้เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ซึ่งย่อมหมายความว่ากฎหมายมุ่งประสงค์เพียงที่จะเรียกเอาเป็นเงินไม่เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระเท่านั้น ทั้งสองกรณีดังกล่าว จึงจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีก หาได้ไม่ กรมศุลกากรและกรมสรรพากรโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเอา ดอกเบี้ยของเงินเพิ่มอากรขาเข้า ของเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่ต้องชำระเพิ่มเติมและของเงินเพิ่มภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลอีกศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 14,326.02 บาทและเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราเดือนละ 49.17 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง คำขอนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า"คงมีปัญหาในชั้นนี้เฉพาะค่าดอกเบี้ยของเงินเพิ่มอากรขาเข้าตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 มาตรา 112 ตรี 983.56 บาทของเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลที่ต้องชำระเพิ่มเติม1,262.13 บาท และของเงินเพิ่มภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล1,262.13 บาท โจทก์จะเรียกเอาดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีอีกได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าเงินเพิ่มภาษีอากรขาเข้า นอกจากจะต้องเสียในอัตราร้อยละ 20 ของอากรขาเข้าตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 มาตรา 112 ตรีแล้ว ยังจะต้องเสียในอัตราร้อยละ 1ต่อเด