ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2529

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องที่บรรยายว่าจำเลยที่ 2 ร่วมออกเช็คโดยเป็นผู้กรอกรายการในเช็คและมีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค เป็นฟ้องที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) แล้วหรือไม

หลักกฎหมาย

ฟ้องที่กล่าวว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 โดยเป็นผู้กรอกรายการในเช็คและร่วมออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค เป็นฟ้องที่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว ไม่จำเป็นต้องบรรยายพฤติการณ์อื่นอีก

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วยแล้วดำเนินการต่อไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็ค โดยจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย จำเลยที่ 2 เป็นผู้กรอกรายการในเช็ค ชำระหนี้ให้ อ. แล้ว อ. นำมาชำระหนี้ให้โจทก์ โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2529นาง อัญชลี หวังศิริวัฒ นาโจทก์นาง สุมนรัตน์ วสุนธราภิวัฒก์ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้ร่วมกันออกเช็ค โดยจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย จำเลยที่ 2 เป็นผู้กรอกรายการในเช็คชำระหนี้ ให้ อ.แล้วอ. นำมาชำระหนี้ให้โจทก์ ทั้งนี้จำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ดังนี้ เป็นฟ้องที่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้ว ต้องรับฟังไว้ดำเนินการต่อไปศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 คงนัดไต่สวนมูลฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ตามฎีกาของโจทก์มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายการกระทำของจำเลยที่ 2 ที่อ้างว่าเป็นความผิดแล้วหรือไม่ ในข้อนี้ โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2528 จำเลยนี้ได้ร่วมกันออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัดสาขานครศรีธรรมราช เช็คเลขที่ 3293633 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2528จำนวนเงิน 30,000 บาท โดยจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายจำเลยที่ 2เป็นผู้กรอกรายการในเช็คชำระหนี้ค่าซื้อภาพยนต์ให้นายอนันต์ จันทรัตน์ แล้วนายอนันต์ นำมาชำระหนี้ให้โจทก์ ฯลฯทั้งนี้จำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ฯลฯ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฟ้องของโจทก์กล่าวว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 โดยเป็นผู้กรอกรายการลงในเช็ค และร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 โดยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค เป็นฟ้องที่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) แล้วชอบที่ศาลชั้นต้นจะรับฟ้องโจทก์ไว้แล้วด