ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2539

ประเด็นกฎหมาย

การคำนวณค่าอากรแสตมป์สำหรับสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเพิ่มเติมว่าต้องปิดอากรแสตมป์ในยอดเงินเท่าใด

หลักกฎหมาย

การเพิ่มวงเงินในสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีที่ยังมีผลอยู่ถือเป็นการทำสัญญาเพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ยอดเงินที่ต้องปิดอากรแสตมป์จึงเป็นเพียงยอดเงินที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ยอดรวมทั้งหมด

คำวินิจฉัย

โจทก์ต้องปิดอากรแสตมป์ในตราสารดังกล่าวในยอดเงิน 1,000,000 บาท คิดเป็นค่าอากรแสตมป์จำนวน 500 บาท ตามมาตรา 104 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบลักษณะแห่งตราสาร 5 แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายหมวด 6

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ. ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์วงเงิน 2,000,000 บาท และปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ต่อมามีการต่ออายุสัญญาหลายครั้ง และในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2529 ได้ทำบันทึกต่อท้ายสัญญาเพิ่มวงเงินอีก 1,000,000 บาท รวมเป็น 3,000,000 บาท โดยสัญญาเดิมยังมีผลอยู่จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2530

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2539ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)โจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 104 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2525 ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ.ขอกู้เงินตามวิธีและธรรมเนียมประเพณีการเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์จำนวน 2,000,000 บาทกำหนดชำระหนี้ให้หมดสิ้นภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2526 ได้ทำสัญญากันไว้ และปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ในตราสารดังกล่าวแล้ว หลังจากนั้นได้ทำบันทึกต่ออายุสัญญากันอีก 4 ครั้ง เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2526 วันที่ 18 มกราคม 2527 วันที่ 8 มีนาคม2528 และวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2529 ตามลำดับ ให้เบิกเงินเกินบัญชีได้ถึงวันที่ 15กุมภาพันธ์ 2530 และในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2529 ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ.ได้ทำบันทึกต่อท้ายสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์โดยตกลงเพิ่มวงเงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเพิ่มเติมขึ้นอีก 1,000,000 บาท รวมเป็นจำนวน3,000,000 บาท ข้อตกลงอื่นคงให้เป็นไปตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเดิม ดังนี้เมื่อปรากฏว่าโจทก์ตกลงให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ.เบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ได้ในวงเงิน 2,000,000 บาท ได้ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2530 ดังนั้นในวันที่ 26กุมภาพันธ์ 2529 ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ.ยังมีข้อตกลงเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ได้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเดิมได้อยู่จำนวน 2,000,000 บาท สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าวหาได้ถูกยกเลิกไปแล้วไม่ ฉะนั้น การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ.ตกลงเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 1,000,000 บาท ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์2529 จึงเป็นการที่โจทก์ตกลงให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ.เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีเพิ่มเติมในยอดเงินเพียง 1,000,000