ปัญหาข้อกฎหมายว่าคำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) หรือไม่ และปัญหาการรอการลงโทษ
ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 19 ศาลไม่จำต้องบันทึกฟ้องด้วยวาจาโดยละเอียด เพียงแต่บันทึกข้อความสำคัญก็เพียงพอ และเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ แสดงว่าเข้าใจข้อหาได้ดี คำฟ้องจึงชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) โดยไม่ต้องระบุทางหลวงสายใด
คำฟ้องของโจทก์ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) และศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาการรอการลงโทษไปเสียทีเดียว
โจทก์ฟ้องด้วยวาจา ศาลบันทึกข้อความสำคัญ จำเลยขับรถบรรทุกน้ำหนักเกินบนทางหลวง ระบุสถานที่พอสมควร จำเลยรับสารภาพ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5253/2539พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานีโจทก์นายอดุลย์ ภู่ระหงษ์จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5), ม. 208 (2), ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 ม. 61 วรรคหนึ่ง, ม. 73โจทก์ฟ้องด้วยวาจาซึ่งตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 19 ให้ศาลบันทึกข้อความแห่งฟ้องไว้เป็นหลักฐาน หาจำต้องบันทึกไว้โดยละเอียดไม่ และก่อนศาลบันทึกฟ้องดังกล่าว ศาลอาจจะสอบถามโจทก์เกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่จำเลยกระทำความผิดได้ แต่ก็จะบันทึกไว้เฉพาะข้อความสำคัญ ส่วนบันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของฟ้องด้วยวาจาของโจทก์เท่านั้น ข้อความที่ศาลบันทึกการฟ้องด้วยวาจาของโจทก์ประกอบกับบันทึกการฟ้องด้วยวาจาที่โจทก์ส่งต่อศาลได้ความว่า จำเลยขับรถยนต์บรรทุกมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดบนทางหลวงอันเป็นความผิด ทั้งได้ระบุสถานที่ที่เกี่ยวข้องพอสมควรที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาได้ และจำเลยก็ให้การรับสารภาพตามฟ้อง แสดงว่าจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี หาจำต้องระบุข้อเท็จจริงว่าเป็นทางหลวงสายใดไม่ คำฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วย ป.วิ.อ.มาตรา 158 (5) จำเลยมีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษซึ่งศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยในปัญหานี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหานี้ไปเสียทีเดียว(สมบัติ เดียวอิศเรศ-สุนพ กีรติยุติ-เสริม บุญทรงสันติกุล)ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี - นายสุจิน ซื่อสุวรรณศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายสุนทร สิทธิเวชวิจิตรแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1