ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสหรือสินบริคณห์ และนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ที่ดินที่ได้มาระหว่างสมรสภายหลังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ฉบับตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ใช้บังคับแล้ว เป็นสินสมรส ไม่ใช่สินบริคณห์ การจำหน่ายสินสมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสทั้งสองฝ่าย มิฉะนั้นนิติกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคู่สมรสที่ไม่ได้ให้ความยินยอมมีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมได้หากผู้รับ
ศาลฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรส และนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายดังกล่าวได้ แต่การเพิกถอนต้องทำทั้งหมด และศาลไม่สามารถพิพากษาเกินคำขอ
โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ที่ดินพิพาทมาเมื่อ พ.ศ.2529 ภายหลังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ฉบับตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ใช้บังคับแล้ว โดยไม่ปรากฏว่ามีสัญญาก่อนสมรสเกี่ยวกับทรัพย์สิน ต่อมาจำเลยที่ 1 ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ และจำเลยที่ 2 รับโอนโดยไม่สุจริต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5979/2539นางสำนอง เผือกผ่องใสโจทก์นายวิเชียร เผือกผ่องใส กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1476 (1), ม. 1480 ป.วิ.พ. ม. 142 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2533 โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ที่ดินพิพาทมาเมื่อ พ.ศ.2529 อันเป็นเวลาภายหลังที่บทบัญญัติบรรพ 5 แห่ง ป.พ.พ.ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519ใช้บังคับแล้ว ที่ดินพิพาทจึงไม่เป็นสินบริคณห์ แต่เป็นสินสมรสตามบทบัญญัติที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่ได้ที่ดินพิพาทมา เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากันไว้ในเรื่องทรัพย์สินเป็นพิเศษก่อนสมรส การที่จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินพิพาทซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของแก่จำเลยที่ 2 โดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ นิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทดังกล่าว จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติบรรพ 5 แห่ง ป.พ.พ.ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 มาตรา 1476 (1) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ.(ฉบับที่ 10) พ.ศ.2533 มาตรา 10 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะทำนิติกรรมนั้น และเมื่อจำเลยที่ 2 รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจริต โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทดังกล่าวได้ตามบทบัญญัติบรรพ 5 แห่ง ป.พ.พ.ที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 1480 และการเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายดังกล่าวจะต้องเพิกถอนนิติกรรมนั้นทั้งหมด จะเพิกถอนเฉพาะส่วนโจทก์หาได้ไม่ แต่เมื่อโจทก์ขอมาเพียงเฉพาะส่วนของโจทก์เท่านั้นศาลก็มิอาจพิพากษาให้เกินไปกว่าหรือนอกเหนือจากที่ปรากฏในคำฟ้อง(ณรงค์ ตันติเตมิท-บุญธรรม อยู่พุก-ปรีชา บูรณะไทย)ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ศาลอุทธรณ์ - นายสงวน อ่อวิเชียรแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเล