อายุของพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวง สิทธิเรียกค่าทดแทนอาคารที่ปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต และสิทธิเรียกร้องให้เวนคืนที่ดินส่วนที่เหลือ
พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงมีอายุ 10 ปีนับแต่วันใช้บังคับ และการดำเนินการภายในอายุนั้นทำให้จำเลยมีอำนาจเข้าครอบครองที่ดินได้ตามมาตรา 13 วรรคสองแห่ง พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ผู้ปลูกสร้างอาคารในเขตเวนคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนหรือค่าเสียหายตามมาตรา 24 (1) และการเรียกร้อ
จำเลยมีอำนาจเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์ของโจทก์ได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนค่าขนย้ายหรือค่าเสียหายที่ไม่สามารถประกอบอาชีพ และไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนที่ดินส่วนที่เหลือ
จำเลยมีหนังสือแจ้งและวางเงินค่าทดแทนภายในอายุของพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวง โจทก์ปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตในเขตเวนคืน และโจทก์ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการร้องขอให้เวนคืนที่ดินส่วนที่เหลือตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 807/2539นางสงบ เตชะผกาพงษ์โจทก์กรมทางหลวงจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม. 13 วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 78, ข้อ 79พ.ร.ฎ. กำหนดแนวทางหลวงฯ มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 15กรกฎาคม 2521 ซึ่งตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน2515 ข้อ 78 และข้อ 79 บัญญัติว่าให้ใช้ได้มีกำหนด 10 ปี แม้ต่อมาได้มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2530 ใช้บังคับซึ่งมาตรา 7 ให้ยกเลิกความในส่วนที่ 3 ข้อ 63 ถึง 80 แล้วก็ตาม แต่ในมาตรา 9วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน พ.ร.ฎ. กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างและประกาศกระทรวงคมนาคมกำหนดทางหลวงที่มีความจำเป็นต้องสร้างโดยเร่งด่วน ซึ่งออกโดยอาศัยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ให้คงใช้บังคับได้ตามอายุของ พ.ร.ฎ นั้นและวรรคสองของมาตรานี้บัญญัติทำนองเดียวกับมาตรา 36 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ว่าด้วยการเวนคืนและการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยทางหลวงที่ได้ปฏิบัติไปแล้วก่อนวันใช้บังคับ พ.ร.บ.นี้ให้เป็นอันใช้ได้ แต่การดำเนินการต่อไปให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ดังนั้น พ.ร.ฎ. กำหนดแนวทางหลวงดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับจนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2531 เมื่อปรากฏว่าภายในระยะเวลาดังกล่าวจำเลยได้มีหนังสือแจ้งโจทก์ว่าจะเข้าครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างหรือขยายทางหลวงและได้วางเงินค่าทดแทนที่ดินต่อสำนักงานวางทรัพย์ฯ เพื่อให้โจทก์รับเงินไปอันเป็นการดำเนินการภายในอายุ พ.ร.ฎ. ดังกล่าว จำเลยจึงมีอำนาจเข้าครอบครอ