ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9239/2539

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังเอกสารมหาชนและการคิดดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน

หลักกฎหมาย

เอกสารการจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นเอกสารมหาชน ซึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 127 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง จำเลยไม่มีพยานหลักฐานนำสืบหักล้าง โจทก์นำสืบผู้รับมอบอำนาจประกอบเอกสารก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องนำสืบเจ้าพนักงานที่ดิน และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปีตามหนังสือต่ออายุสัญญา โจทก์มีสิทธิเรียก

คำวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง จำเลยทำสัญญากู้เงินกับโจทก์ โดยตกลงดอกเบี้ยปกติร้อยละ 14.5 ต่อปี และดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละ 18.5 ต่อปี ต่อมามีหนังสือต่ออายุสัญญากำหนดดอกเบี้ยร้อยละ 19 ต่อปี จำเลยผิดนัดชำระหนี้ และจำเลยไม่มีพยานหลักฐานนำสืบหักล้างความถูกต้องของเอกสารจดทะเบียนจำนอง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9239/2539บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นวธนกิจ จำกัดโจทก์บริษัทพระรามสี่ จำกัด กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 127 พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 เอกสารการจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นเอกสารมหาชนซึ่งป.วิ.พ.มาตรา 127 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ถูกเอกสารมายันจะต้องนำสืบความไม่บริสุทธิ์หรือความไม่ถูกต้องแห่งเอกสาร แต่จำเลยไม่มีพยานหลักฐานอย่างใด ดังนั้น โจทก์จึงนำสืบผู้รับมอบอำนาจโจทก์ประกอบเอกสารดังกล่าวก็เป็นการเพียงพอแล้ว ไม่จำต้องนำสืบเจ้าพนักงานที่ดินผู้จดทะเบียนอีก โจทก์เป็นสถาบันการเงิน มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการเงินทุนโดยได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง การที่โจทก์คิดดอกเบี้ยตามข้อตกลงในสัญญากู้เงินเป็นความสมัครใจของจำเลยเอง อันเป็นการตกลงในเรื่องดอกเบี้ยสองลักษณะคือดอกเบี้ยปกติ (ร้อยละ 14.5 ต่อปี )กับดอกเบี้ยผิดนัด (ร้อยละ 18.5 ต่อปี)หากจำเลยได้ชำระหนี้ตามปกติโจทก์ย่อมไม่คิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แต่เมื่อจำเลยผิดนัดโจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยเอาแก่จำเลยในอัตราผิดนัดตามที่ตกลงกันส่วนดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ตามหนังสือต่ออายุสัญญานั้น โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจากจำเลยที่ 1 ได้ตาม พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยเรื่อง การกำหนดให้บริษัทเงินทุนปฏิบัติในการกู้ยืมเงินหรือรับเงินจากประชาชนและการกำหนดอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดที่บริษัทเงินทุนอาจจ่ายหรืออาจเรียกได้ ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2533 ข้อตกลงเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวตามสัญญากู้เงินย่อมผูกพันใช้บังคับกันได้ หาใช่เป็นเบี้ยปรับเป็นการเอารัดเอาเปรียบประชาชนไม่ จำเลยทั้งสอง