ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9776/2539

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนตามมาตรา 21 หรือมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 และการคำนวณดอกเบี้ยสำหรับเงินค่าทดแ

หลักกฎหมาย

มาตรา 22 ให้เป็นดุลพินิจที่จะกำหนดเงินค่าทดแทนให้ต่ำกว่ามาตรา 21 ก็ได้ ไม่ได้บังคับว่าต้องกำหนดให้ต่ำกว่าเสมอไป การกำหนดตามมาตรา 21 จึงไม่ขัดต่อมาตรา 22 สำหรับดอกเบี้ย กรณีไม่มีการตกลงซื้อขายตามมาตรา 10 วันที่ต้องจ่ายค่าทดแทนคือวันที่วางเงินค่าทดแทน มิใช่วันที่ในหนังสือแจ้งให้ไปรับเงิน

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกำหนดเงินค่าทดแทนตามมาตรา 21 ไม่ขัดต่อมาตรา 22 และให้ดอกเบี้ยนับแต่วันที่จำเลยวางเงินค่าทดแทน (22 เมษายน 2534) ในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินร้อยละ 8 ต่อปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินถูกเวนคืนเพื่อป้องกันน้ำท่วม ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 44 มีผลก่อนฟ้องคดี วันที่ใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาคือ 24 พฤษภาคม 2531 ไม่มีการตกลงซื้อขายตามมาตรา 10 จำเลยวางเงินค่าทดแทนวันที่ 22 เมษายน 2534

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9776/2539นางสาวดวงสมร ศาลยาชีวินโจทก์กรุงเทพมหานคร กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม. 10, ม. 21 ถึง (1) ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 246, ม. 247 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพ , ก่อนวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหา-ริมทรัพย์มีผลใช้บังคับแล้ว ดังนั้น เงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์จึงต้องกำหนดโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 คือราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดราคาที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประกอบสภาพและที่ตั้งของที่ดินของโจทก์ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2531 ซึ่งเป็นวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ ประกอบเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนเพื่อประโยชน์สาธารณะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่บริเวณด้านทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร แม้หากจะฟังได้ว่าการได้ที่ดินมาของโจทก์เข้ากรณีตามมาตรา 22ก็ตาม แต่มาตรา 22 นี้ ให้เป็นดุลพินิจที่จะกำหนดเงินค่าทดแทนให้ต่ำกว่าเงินค่าทดแทนที่กำหนดตามมาตรา 21 ก็ได้ ไม่ได้บังคับว่าต้องกำหนดเงินค่าทดแทนให้ต่ำกว่ามาตรา 21 เสมอไป ดังนั้น การกำหนดเงินค่าทดแทนให้ตามมาตรา 21 ย่อมไม่ขัดต่อมาตรา 22 แต่อย่างใด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530มาตรา 26 วรรคสาม บัญญัติว่า ในกรณีที่รัฐมนตรีหรือศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้นให้ผู้มีสิทธิได้รับเงิน