ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2533

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์หรือจำเลย และสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่

หลักกฎหมาย

ที่ดินที่ราษฎรมีสิทธิครอบครองอยู่ก่อนการประกาศสงวนเป็นเขตนิคมสร้างตนเอง ไม่ตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 จะไม่มีบทบัญญัติตัดสิทธิของราษฎรที่มีสิทธิในที่ดินอยู่ก่อนแล้ว และการที่จำเลยมิได้สมัครเป็นสมาชิกนิคมก็ไม่ทำให้สิทธิครอบครองสิ้นสุดลง

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทมาก่อนการประกาศสงวนที่ดินเป็นเขตนิคมสร้างตนเอง โดยได้มาจากการซื้อต่อจากนายพา ซึ่งเป็นเจ้าของเดิม และโจทก์ทั้งสามครอบครองที่ดินพิพาทแทนจำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3965/2533นาง จาด งาม รูป กับพวกโจทก์นาย บุญ ทศ กรอง ทองจำเลย ป.พ.พ. ม. 1304, ม. 1367 พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 จำเลยมีสิทธิครอบครองที่พิพาทมาก่อนที่ทางราชการจะประกาศสงวนที่ดินเป็นเขตนิคมสร้างตนเอง แม้จะมีการสงวนที่ดิน แต่กรมประชาสงเคราะห์ก็มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจะไม่รบกวนสิทธิของราษฎรที่ครอบครองทำประโยชน์อยู่ทั้งตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511ก็มิได้มีบทบัญญัติที่จะเป็นการตัดสิทธิของราษฎรที่มีสิทธิในที่ดินอยู่ก่อนแล้ว ที่พิพาทจึงไม่เป็นที่รกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แม้จำเลยมิได้สมัครเป็นสมาชิกของนิคมก็ไม่ทำให้จำเลยเสียสิทธิครอบครองอันทำให้ที่พิพาทกลับคืนมาเป็นของรัฐโจทก์ฟ้องว่า ที่ดินซึ่งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยเหนืออำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีเนื้อที่ของโจทก์ที่ 1ประมาณ 45 ไร่ ของโจทก์ที่ 2 ประมาณ 3 ไร่ ของโจทก์ที่ 3ประมาณ 24 ไร่ รวมทั้งสิ้น 72 ไร่ อยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองปรือใหญ่ ซึ่งทางราชการได้ออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 เดิมนายชัย งามรูป บิดาโจทก์ทั้งสามได้บุกเบิกป่าทำกินที่ดินทั้ง 3 แปลงดังกล่าวมาเป็นเวลาเกือบ30 ปี โดยมิได้เป็นผู้รับฝากดูแลจากจำเลยแต่อย่างใด ต่อมานายชัยได้ยกที่ดินดังกล่าวทั้งสิ้นให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3ตามลำดับ ปีพ.ศ. 2525 อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ได้ออกหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) เลขที่ 762, 763 และ 786 ให้แก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ตามลำดับ ต่อมาปี พ.ศ. 2527โจทก์ทั้งสามได้ยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินอำเภอขุขันธ์ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3