ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2683/2536

ประเด็นกฎหมาย

การเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างถนนสาธารณประโยชน์ โดยบ้านพิพาทขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานภายหลังพระราชกฤษฎีกาเวนคืนมีผลใช้บังคับ และการใช้อำนาจตามประกาศของคณะปฏ

หลักกฎหมาย

กฎหมายที่มีวัตถุประสงค์แตกต่างกันไม่ขัดแย้งกัน การเวนคืนเพื่อสร้างถนนสาธารณประโยชน์สามารถดำเนินการได้แม้มีโบราณสถาน เนื่องจากกฎหมายเวนคืนมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาจราจร ส่วนพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองดูแลรักษาโบราณสถาน การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการไม่สร้างทางเบี่ยงเบนเป็

คำวินิจฉัย

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ยอมสร้างทางเบี่ยงเบนออกไปจากบ้านพิพาท เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ดุลพินิจตามอำนาจที่กฎหมายให้ไว้โดยชอบแล้ว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเวนคืนที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินฯ พ.ศ.2528 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2528 ต่อมาอธิบดีกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนบ้านพิพาทเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2528 ซึ่งเป็นวันหลังจากพระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับแล้ว บ้านพิพาทสามารถถอดแยกเป็นส่วนต่าง ๆ และนำไปประกอบเป็นรูปทรงเด

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2683/2536นายพรเลิศ รุ่งวรรธนวงศ์โจทก์กรุงเทพมหานคร กับพวกจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ม. 63, ม. 65 พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงสี่พระยา และแขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ม. 2ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 และ พ.ร.ฎ. กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงสี่พระยา แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรักกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ไม่ขัดแย้งกับ พ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 เพียงแต่ตามสภาพของการเวนคืนที่ดินเพื่อทำถนนหรือทางสาธารณประโยชน์จำเป็นต้องรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ขวางถนนหรือทางสาธารณประโยชน์นั้น แม้อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรื้อจะเป็นโบราณสถาน วัด มัสยิด หรือปูชนียสถานที่คนเคารพนับถือก็ตาม ก็ต้องรื้อไปจึงจะสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาได้ การสร้างสิ่งใหม่หรือการทำถนนเพื่อสาธารณประโยชน์และการผังเมืองตามความจำเป็นเพื่อแก้ปัญหาความคับคั่งของการจราจรจึงทำได้โดยอาศัยอำนาจนิติบัญญัติหรือกฎหมายที่บัญญัติขึ้นใหม่เพื่อการนั้น โดยมีวัตถุประสงค์แตกต่างไปจาก พ.ร.บ.โบราณสถาน ฯ พ.ศ.2504 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะคุ้มครองดูแลรักษาบูรณะและซ่อมแซมโบราณสถาน โบราณวัตถุและศิลปวัตถุ กับปราบปรามและลงโทษผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบ บุกรุก ขุดค้น และทำลายโบราณสถาน ลักลอบนำหรือส่งโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่มีคุณค่าทางศิลป ประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีออกนอกราชอาณาจักรเป็นสำคัญ พ.ร.ฎ. และประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวจึงมิได้มีความประสงค์จะลบล้างบทบัญญัติตาม พ.ร.บ. โบราณสถาน ฯ พ.ศ.2504 แต่อย่างใดทั้ง