ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2948/2536

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ว่าด้วยการหักรายจ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การกำหนดราคาสินค้าคงเหลือ รายจ่ายต้องห้าม และดอกเ

หลักกฎหมาย

เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่หักจากเงินเดือนพนักงานเป็นเงินได้ของพนักงานนับแต่วันที่จ่าย โจทก์หักเป็นรายจ่ายได้ แต่ดอกเบี้ยจากเงินฝากดังกล่าวไม่ใช่เงินได้ของโจทก์ การกำหนดราคาสินค้าคงเหลือต้องคำนวณตามราคาตลาดที่แท้จริงตามมาตรา 65 ทวิ (6) รายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริงและรายจ่ายที่พิสูจน

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (โดยอนุมานจากเนื้อหาที่ว่าคดีไม่มีเหตุสมควรงดหรือลดเงินเพิ่ม และการประเมินชอบแล้ว)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เงินที่โจทก์หักจากเงินเดือนพนักงานเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเงินที่จ่ายให้พนักงานแล้ว และเป็นเงินได้ของพนักงานนับแต่นั้น ดอกเบี้ยจากเงินฝากดังกล่าวจึงเป็นเงินได้ของพนักงาน ไม่ใช่ของโจทก์ การกำหนดราคาสินค้าคงเหลือของโจทก์ใช้หลักเกณฑ์การตัดค่าเสื่อมราคาและการตัดบัญชี ซึ่งมิใช่การคำนวณตามราคาตลาดที่แ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2948/2536บริษัทบอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 65, ม. 65 ทวิ (2), , ม. 65 ตรี (9), , เงินส่วนที่นำเข้าฝากในบัญชีสมทบทุนนี้เป็นเงินที่หักจากเงินเดือนของพนักงานแต่ละคนซึ่งโจทก์ได้จ่ายให้พนักงานแล้ว เพียงแต่ให้สิทธิโจทก์หักเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามระเบียบที่กำหนดไว้ เพื่อประโยชน์แก่พนักงานเมื่อออกจากงานเท่านั้น ตามระเบียบของโจทก์ เมื่อพนักงานของโจทก์ออกจากงานก็มีสิทธิที่จะได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจากบัญชีสมทบทุนทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆโจทก์เพียงแต่มีสิทธิยึดหน่วงไว้เพื่อชำระหนี้ที่พนักงานยังคงค้างชำระแก่ตนเท่านั้นแม้ในระหว่างที่ยังทำงานอยู่พนักงานไม่มีสิทธิถอนเงินดังกล่าว และอำนาจจัดการเงินกองทุนจะตกเป็นเด็ดขาดของผู้ควบคุม 3 คน โดยตำแหน่ง คือ กรรมการผู้จัดการ สมุห์บัญชี และผู้จัดการบุคคลของโจทก์ แต่ต้องเป็นการจัดการตามระเบียบที่กำหนดไว้ อันเป็นประโยชน์ในการสะสมทรัพย์ให้พนักงาน ผู้ควบคุมโดยตำแหน่งทั้ง 3 คนดังกล่าวแม้เป็นผู้บริหารระดับสูงของโจทก์ แต่ก็เป็นพนักงานของโจทก์และเป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วย การเป็นผู้ควบคุมของบุคคลทั้งสามมิให้ทำในนามโจทก์ แต่เป็นการทำแทนสมาชิกทุกคนรวมทั้งบริษัทโจทก์ด้วย เงินเดือนที่โจทก์จ่ายให้พนักงานแต่ละคนรวมทั้งเงินที่ถูกหักเข้ากองทุนในบัญชีสมทบทุนนี้เป็นรายจ่ายในหมวดเงินเดือนของโจทก์ซึ่งนำมาหักเพื่อการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตาม ป.รัษฎากร มาตรา 65 ได้ โดยโจทก์ต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินเดือนทั้งหมดของพนักงานไว้ตามมาตรา 50 แล้วนำส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอตามมาตรา 52 จึงเป็นเงินที่จ่ายขาดจากโจทก์แล้ว เงินส่วนที่หักจากเงินเดือนนำเข้าฝากในบัญชีสมทบทุนนี้