ความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้รื้อถอนอาคารเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน และการลงโทษปรับผู้กระทำผิดที่เป็นนิติบุคคลและบุคค
ความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 21 และฐานฝ่าฝืนคำสั่งให้รื้อถอนอาคารตามมาตรา 42 เป็นความผิดคนละฐาน มิใช่บทเดียวกัน และเมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่ากระทำผิดหลายกรรมต่างวันเวลา ลักษณะการกระทำแยกออกจากกันได้ จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตาม ป.อ. มาตรา 91 นอกจากนี้ การลงโทษปรับผู้กระทำผิดหล
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการกักขังจำเลยที่ 1 แทนค่าปรับ โดยไม่ให้กักขังจำเลยที่ 1 แทนค่าปรับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 เป็นเจ้าของผู้ครอบครองอาคารและเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างอาคารโดยมิได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนคำสั่งให้รื้อถอนอาคาร จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล จำเลยอื่นเป็นกรรมการ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5442/2536พนักงานอัยการจังหวัดเชียงรายโจทก์บริษัทเชียงรายแลนด์แอสโซซิเอสจำกัดกับพวกจำเลย ป.อ. ม. 17, ม. 31, ม. 91 ป.วิ.อ. ม. 158 (5), , ม. 176, ม. 192 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม. 21, ม. 42, ม. 65, ม. 69ความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นความผิดตามมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ส่วนความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่สั่งให้รื้อถอนอาคารเป็นความผิดตามมาตรา 42 มิใช่เป็นความผิดอยู่ในบทมาตราเดียวกัน สำหรับมาตรา 65 นั้น เป็นบทบัญญัติที่กำหนดโทษของความผิดตามมาตรา 21, 42 และมาตราอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย ทั้งโจทก์ก็ได้บรรยายมาในฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 ได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรม โดยระบุวันเวลาที่กระทำผิดแต่ละฐานต่างกันและลักษณะการกระทำผิดย่อมแยกออกต่างหากจากกันได้ ดังนั้นจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน โจทก์ได้ระบุในฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 เป็นเจ้าของผู้ครอบครองอาคารและเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างอาคาร เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3ถึงที่ 5 เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 ฎีกาว่า ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการนั้นขัดกับคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 5 รับฟังไม่ได้ และโจทก์ได้มีคำขอให้ลงโทษตามมาตรา 69 มาด้วย ซึ่งตามมาตรา 69 ได้บัญญัติไว้ว่า"ถ้าการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการกระทำของผู้ดำเนินการ ผู้กระทำต้องระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษที่บัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้น ๆ" เมื่อความผิดตามมาตรา 65 วรรคสอง มีอัตราโทษปรับวันละ 500 บาท ศาลชั้นต้นจึงปรับจำเลยท